แวะกำ

พฤศจิกายน 30, 2007

บทกลอนรางวัลยอดเยี่ยมจาก UN

Filed under: Kid Kid (... คิด คิด) — hazard @ 9:52 am

*** บทกลอนของเด็กอัฟริกัน ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก UN ***


Nominated by UN as the best Poem of 2006

Written by an African Kid

When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ

When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่

When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ

When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ

When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ

And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ

And you white fellow : และคุณ…เพื่อนมนุษย์ผิวขาว

When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู

When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว

When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง

When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน

When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง

When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว

And when you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา

And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??

 

 

 

แนวคิดแบบนี้ เจ๋งดีจัง

Filed under: Kid Kid (... คิด คิด) — hazard @ 9:45 am
เคยได้ยินชื่อ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ไหมครับ

เขาเคยเป็นวิศวกรขององค์การอวกาศนาซา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเคยได้รับรางวัลงานวิจัยที่ดีที่สุดระดับโลกเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่นตัดสินใจกลับเมืองไทยเพราะ

1.อยากดูแลพ่อแม่

2.ไม่อยากเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านพักคนชรา

3.อยากเที่ยว และ

4.ชอบกินอาหารอร่อย

เคยเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัว เอง ผมประทับใจบทสัมภาษณ์ของ ดร.วรภัทรใน “เสาร์สวัสดี” ของ”กรุงเทพธุรกิจ “

เมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อนมากคนอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันส์เป็นบ้า ความคิดก็กวนเหลือหลายตอนที่เขาเป็นอาจารย์ วิธีการสอนหนังสือของเขาแปลกกว่าคนอื่น “ผมออกนอกกรอบตลอดเวลา” เขาบอกเขาเคยพาเด็กวิศวะไปที่ริมสระว่ายน้ำ
เรียนไปและดูนิสิตสาว ๆว่ายน้ำไปด้วยคาดว่าคงไปเรียนเรื่อง “คลื่น” ระหว่างท่าฟรีสไตล์ กับท่าผีเสื้อคลื่นที่เกิดขึ้นของท่าไหนถี่กว่ากันระหว่างชุดทูพีซกับวันพีซแรงเสียดทานกับน้ำ ชุดไหนมากกว่ากันแนวการศึกษาน่าจะออกไปทำนองนี้แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เขาออกข้อสอบ
ข้อสอบของเขาสั้นและกระชับมาก “จงออกข้อสอบเอง พร้อมเฉลย”โหย…เด็กวิดวะอึ้งกันทั้งห้อง
คำตอบส่วนใหญ่เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ เช่น ปั้นจั่นมีกี่ชนิดผลปรากฎว่าได้ศูนย์กันทั้งห้องเพราะเป็นคำตอบที่ไม่ได้แสดงความคิดที่ลึกซึ้งสมกับที่เรียนมาทั้งเทอม
เหตุผลที่ ดร.วรภัทรออกข้อสอบด้วยการให้นิสิตออกข้อสอบเองเป็นเหตุผลที่ตรงกับใจผมมาก “ชีวิตคนเราจะรอให้อาจารย์ตั้งโจทย์อย่างเดียวไม่ได้ต้องหาโจทย์มาเอง คิดแล้วทำ ถ้าผิดแล้ว อาจารย์จะปรับให้”เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่ติดนิสัยเด็กกวดวิชา รอคนคาบทุกอย่างมาป้อนให้ไม่รู้จักคิดเอง”"ถ้ารอและตั้งรับ คุณก็เป็นพวกอีแร้งแต่พวกคุณแย่กว่าเพราะเป็นแค่ลูกอีแร้ง คือ รออาหารที่คนอื่นป้อน ให้”โหย…เจ็บ ผมเชื่อมานานแล้วว่าชีวิตของคนเราเป็นข้อสอบอัตนัยที่ต้องตั้งโจทย์เองและตอบเอง
ไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่มีคนตั้งโจทย์และมีคำตอบเป็นทางเลือก ก-ข-ค-ง
ถ้าใครที่คุ้นกับ “ชีวิตปรนัย”ที่มีคนตั้งโจทย์ให้และเสนอทางเลือก 1-2-3-4 คนคนนั้นชีวิตจะไม่ก้าวหน้า
เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาติดกับ “กรอบ”ที่คนอื่นสร้างให้ ไม่เหมือนกับคนที่รู้จักคิดและตั้งคำถามเองเรื่องการตั้งคำถามกับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก
อย่าลืมว่าเพราะมี “คำถาม”จึงมี “คำตอบ”เมื่อมี “คำตอบ” เราจึงเลือกเดิน
พูดถึงเรื่องการตั้งคำถาม ผมนึกถึง โสเครติส” เขาเป็นนักปรัชญาเอกของโลกที่สอนลูกศิษย์ด้วยการสนทนา
ตั้งคำถามให้ลูกศิษย์ตอบ สร้างองค์ความรู้ จาก “คำถาม” กลยุทธ์ของ “โสเครติส” ในการสอน คือ
ไม่ให้ความเห็นใดๆแก่นักเรียน และทำลายความมั่นใจของ นักเรียนที่เชื่อว่าตนเองรู้ “โสเครติส”เชื่อว่า
เมื่อเด็กตระหนักใน “ความไม่รู้” ของตนเอง เขาจะเริ่มต้นแสวงหา “ความรู้ “แต่ถ้า เด็กยังเชื่อมั่นว่าตนเองมี “ความรู้”
เขาก็จะไม่แสวงหา“ความรู้ “การตั้งคำถามของโสเครติสจึงมีเป้าหมายโจมตีและทำลายความเชื่อมั่นในภูมิความรู้ของนักเรียน
เป็นกลยุทธ์เท “น้ำ″ ให้หมดจากแก้ว เมื่อแก้วไม่มีน้ำ แล้วจึงเริ่มให้เขาเท “น้ำ″ ใหม่ใส่แก้วด้วยมือของเขาเอง”น้ำ″ที่ลูกศิษย์แต่ละคนเทลงแก้วด้วยมือตัวเองมาจาก “คำตอบ” ที่เขาค้นคิดขึ้นมาเอง
“คำตอบ” จาก “คำถาม” ของ “โสเครติส”"โสเครติส”
นิยามศัพท์คำว่า “คนฉลาด” และ “คนโง่” ได้อย่างน่าสนใจ”คนฉลาด”

ในมุมมองของ “โสเครติส”นั้นไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง แต่ “คนฉลาด” คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ส่วน “คนโง่” นั้น คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้แต่ทำตัวราวกับเป็นผู้รู้
ไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ผมยังมีความภาคภูมิใจใน“ความรู้”ของตนเองแต่พออ่านถึงบรรทัดนี้
ทำไมผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย …..

——————- Credit FW Mail From P’Dee krab—————————-

ธรรมะวันละนิด จิตแจ่มใสจ้า

Filed under: Kid Kid (... คิด คิด) — hazard @ 9:45 am
มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับสามศรีพี่น้อง อารมณ์ อาภรณ์ และอาภา

เรื่องที่ ๑

ครั้งหนึ่งอารมณ์ไปหาหมอดูซึ่งว่ากันว่าทำนายอนาคตได้แม่นยำมาก

หมอดูอ่านไพ่สักพักก็บอกว่า ‘คุณจะมีสุขภาพไม่ค่อยดี เงินทองจะฝืดเคือง ชีวิตครอบครัวจะไม่ราบรื่น

หมอว่า คุณจะลำบากไป ๕ ปี’

‘หลังจากนั้นฉันจะสบายใช่ไหม หมอ ?’อารมณ์ถาม

‘เปล่า หลังจากนั้นคุณก็จะชินไปเอง’ หมอตอบ

เรื่องที่ ๒

เรื่องต่อมาเป็นประสบการณ์ของอาภรณ์ราว ๆ ๓๐ ปีก่อน

ตอนนั้นเธอไปงานทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านเพื่อน

หลวงปู่บุดดารับอาราธนามางานนี้ด้วยตนเอง หลังจากฉันเสร็จเจ้าภาพได้นิมนต์หลวงปู่ซึ่งชรามากแล้ว

ให้เอนกายพักผ่อนก่อนที่จะเดินทางกลับจังหวัดสิงห์บุรี ระหว่างนั้นข้างห้องซึ่งเป็นร้านขายของ

มีคนเดินใส่เกี๊ยะขึ้นบันไดส่งเสียงดัง

อาภรณ์จึงบ่นกับเพื่อน ๆ ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากหลวงพ่อมากนักว่า ‘แหมเดินเสียงดังเชียว’

หลวงปู่บุดดานั้นแม้นอนหลับตาอยู่

แต่ก็รับรู้ตลอดจึงพูดเตือนเบา ๆ ว่า ‘เขาเดินของเขาอยู่ดี ๆ เราเอาหูไปรองเกี๊ยะเขาเอง’

เรื่องที่ ๓

ถอยหลังไปไกลอีก๒๐ปีสมัยที่ทั้ง๓คนยังเด็กคราวหนึ่งแม่กำลังทำครัวอยู่

จึงให้อารมณ์ไปซื้อน้ำปลามา ๑ ขวด อารมณ์รีบวิ่งไปซื้อทันที ขากลับเดินสะดุดหลุมหกล้ม

ขวดน้ำปลาหลุดมือ

อารมณ์หยิบขวดน้ำปลาเดินกลับบ้าน สีหน้าเศร้าสร้อย

บอกแม่ว่า ‘แย่จัง หนูทำน้ำปลาหกไปตั้งครึ่งขวด’

อาทิตย์ต่อมาแม่ให้อาภรณ์ไปซื้อน้ำมันมา ๑ ขวด อาภรณ์ซื้อเสร็จ

ขากลับเดินสะดุดหิน น้ำมันหกไปครึ่งขวด

แต่เธอกลับไปเล่าให้แม่ฟังอย่างยิ้มแย้มว่า

‘เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำมันเหลือตั้งครึ่งขวดแน่ะ’

๒-๓อาทิตย์ต่อมาถึงเวรของอาภาบ้างเธอไปซื้อน้ำส้มสายชูกลับมาก็บอกแม่ว่า

‘เมื่อกี้หนูหกล้ม แต่ยังดีที่คว้าเอาไว้ได้ทัน มีน้ำส้มเหลือตั้งครึ่งขวด แต่หนูรับปากว่าต่อไปจะไม่เผลออีก’

ว่าแล้วเธอก็กลับไปขุดเอาหินที่โผล่ตามทางเดินออกจนหมดรวมทั้งกลบหลุมที่อาจทำให้ใครต่อใครเดินสะดุดด้วย

Conclusion

ทั้ง๓เรื่องนี้แม้จะต่างกันแต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือเป็นเรื่องของการประสบกับปัญหาหรือสิ่งที่ไม่น่าพอใจ

ปัญหาหรือสิ่งไม่น่าพอใจเมื่อเกิดกับใครก็มักจะทำให้ทุกข์แต่วิธีที่จะทำให้ไม่ทุกข์ก็มีอยู่

วิธีแรก

คืออดทน ไม่ตีโพยตีพาย ไม่นานก็จะปรับตัวได้ พูดง่าย ๆ คือชินไปเอง

อย่างเรื่องแรก คนเราไม่ว่าจะทุกข์แค่ไหน จิตใจก็มักจะปรับตัวให้คุ้นชินได้เสมอ

หากมีเวลาพอ หรือไม่คิดสั้นเสียก่อน มีคาถาหนึ่งที่จะช่วยให้เราทนได้มากขึ้นก็คือ

เมื่อหายใจเข้า ให้พูดกับตนเอง ‘ทนได้’ เมื่อหายใจออก ให้พูดในใจว่า ‘สบายมาก’

วิธีที่ ๒

คือการใช้ตา หู รวมไปถึงจมูก ลิ้น และกายให้เป็น เรื่องนี้โยงไปถึงจิตใจ

ความทุกข์นั้นบ่อยครั้งเกิดขึ้นก็เพราะใจเราไม่อยู่สุข

ชอบสั่งตาหรือหูให้ไปรับเอาสิ่งไม่ดีมาสร้างปัญหาแก่จิตใจ

เสียงนั้นแม้จะดัง แต่ถ้าไม่ฟัง ปัญหาก็ไม่เกิด ใครเขาจะบ่น จะว่า

ถ้าไม่สนใจเสียอย่าง จะทุกข์ได้อย่างไร ข้อสำคัญคือต้องรักษาใจให้ดี

อย่าปล่อยใจให้เพ่นพ่านออกไปนอกตัวมากนัก จะทำอย่างนั้นได้ต้องมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ

หรือไม่เช่นนั้น ก็ให้มีสมาธิจดจ่าอยู่กับอะไรสักอย่างที่ดี ๆ เช่น เสียงเพลงที่ไพเราะ

หรือจดจ่าอยู่กับลมหายใจเข้าออกก็ได้

วิธีที่ ๓

ก็คือ มองแง่ดี เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ลองมองให้เห็นแง่ดีของมันบ้าง

ไม่มีอะไรที่ไม่มีแง่ดีเลย เจ็บป่วยก็มีแง่ดี คือได้พักผ่อน ได้มีเวลาทำสิ่งที่ชอบ

อยู่กับครอบครัว หรือเข้าหาธรรมะ อย่างน้อย ๆ แง่ดีอย่างหนึ่งที่ต้องมีแน่ ๆ

ก็คือ ดีที่ไม่หนักกว่านั้น เงินหาย ๑ ,๐๐๐ บาท ก็ยังนับว่าดีที่ไม่หาย ๑๐,๐๐๐ บาท

เวลาถูกคนนินทา ก็ยังดีที่เขาไม่ทำร้ายเรามากกว่านั้น

อย่างไรก็ตามมองแง่ดีอย่างเดียวคงไม่พอ

ต้องลงมือจัดการกับปัญหาหรือป้องกันมิให้เกิดซ้ำอีก

การมองแง่ดีทำให้อาภาไม่เป็นทุกข์กับการสะดุดหกล้ม

แต่เธอไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น หากยังออกไปขุดหินและกลบหลุม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากอีก มองแง่ดีทำให้เราไม่ทุกข์เวลาเจ็บป่วย

แต่ก็ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยอีก เช่น ออกกำลังกายมากขึ้น

กินอาหารให้สมดุลกว่าเดิม เป็นต้น

ความทุกข์นั้นเราสามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นความไม่ทุกข์ หรือเปลี่ยนให้กลายเป็นความสุขได้ สิ่งเลวร้ายไม่น่าพอใจ

เมื่อเกิดขึ้นกับเรา ใช่ว่าจะทำให้เราทุกข์ไปเสียหมด ก็หาไม่

ทุกข์หรือไม่ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา

ปีใหม่ ใคร ๆ ก็อยากให้ตนเองประสบสิ่งดี ๆ

แต่จะดีกว่านั้นถ้าฝึกตนให้มีความอดทน

มีสติ สมาธิ และมองแง่ดี รับรองว่า

ไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม ก็ยากจะทำให้เราทุกข์ได้

นี้คือหลักประกันแห่งความสุขที่แท้จริง

พฤศจิกายน 26, 2007

เรื่องของกล้วย (Ba-na-na)

Filed under: Health — hazard @ 3:18 pm

หลังจากอ่านบทความนี้จบ….ท่านจะมองกล้วยหอมในอีกแง่มุมหนึ่งทันที
 กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
 (sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
 มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยครับ
 เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
 ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ .. นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
 ( เคยเห็นในสนามเทนนิส….พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
 ยังไม่หมดนะ….เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
 ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย…มาดูกันครับ
 
ความเศร้าซึม
 จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้
ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
 พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
 เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
 ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
 สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
 
pms (premenstrual syndrome)
 สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
 ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย..เช่ นปวดท้อง
ปวดหัว…ฯลฯ
 รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ…..ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย….
 มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ……..
 โรคโลหิตจาง ( Anemia)
 ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิ ต Hemoglobin ( ฮีโมโกลบิน)  ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
 แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ….ฮ่า..
 ( โรคนี้ผมเป็นบ่อย ๆ…..หุ…หุ…)
 
ความดันโลหิต ( Blood Pressure)
 กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
 เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
 อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง
 เสริมสร้างพลังสมอง ( Brain Power)
 ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school
 อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
 รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
 เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื ่นตัวอยู่เสมอ
 อาการท้องผูก ( Constipation)
 เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี เมาค้าง ( Hangovers)
 วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
 โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย ( ฮ่า…..ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย……ลองแล้วใช้ได้ผลจริงๆครับ ..)
 ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้
ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
 และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็ วขึ้น……
 จุกเสียดแน่นท้อง ( Heartburn)
 กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
 ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว
 Morning Sickness
 ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ…อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่
นไม่อยากจะตื่นบ้าง…ฯลฯ
 ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
 มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้

 บรรเทาแผลยุงกัด
 ก่อนที่จะใช้ยาทา ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
 จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้…..คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ

 ระบบประสาท ( Nerves)
 วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. …อ่อนล้าได้
 อ้วนจากทำงานมากเกินไป ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
 ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเต้โต้ชิปส์มากเกินไป
 ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น  จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
 มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจ ุกจิก

 แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล ( Ulcers)
 สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เ ล็กดีขึ้น
 รวมทั้งกรดต่าง ๆที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ
 ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้

 ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย ( Temperature Control)
 ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อน
 ผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง
 อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล ้วยหอมเป็นประจำ
 เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดังป๋าคูล เป็นต้น…… so cool….

 ลดความอยากสูบบุหรี่
 สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่
 กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม
 ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสา รนิโคติน

เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริง ๆ
 เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
 กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
 มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
 ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
 วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
 วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า
 ดังนั้นจากที่ฝรั่งเคยพูดกันว่า
 ‘An apple a day keeps doctor away.’
 ต่อไปคงจะต้องเปลี่ยนเป็น
 ‘A banana a day keeps doctor away.’ ซะแล้วมั๊ง…..

 อ้อ..แถมท้ายอีกอย่างหนึ่งรองเท้าหนัง
 ถ้าอยากขัดให้มันวาวแบบเร็ว ๆ
 ก็เอาเปลือกกล้วยหอมด้านในถูรองเท้าไปเลย
 เสร็จแล้วเอาผ้าแห้งเช็ดขัดออก…รองเท้าจะมันแผล็บเลย….

Google trip “เค้าเป็นมากกว่า Search Engin ธรรมดานะครับ”

Filed under: Tech & Trick — hazard @ 3:02 pm

วิชามารใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่างที่อยากดาวน์โหลดในอินเตอร์เน็ต สามารถใช้วิธีนี้ในการหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา ที่อยากได้ แต่ขอแนะนำว่า ควรจะดาวน์โหลด มาเพื่อการทดลอง ทดสอบ หรือการศึกษาเท่านั้น 

วิธีที่หนึ่ง

พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search


(1) ” parent directory ” /spectralab 4.3213/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2) ” parent directory ” DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3) ” parent directory “Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4) ” parent directory ” Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5) ” parent directory ” MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6) ” parent directory ” Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google  

วิธีที่สอง

พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google 

 intitle:index.of mp3 จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น intitle:index.of mp3 myfavoritesongs  

วิธีที่สาม พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google  inurl:micr0s0f filetype:iso  จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip  

เพิ่มเติม  

1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back… (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ  2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ
Paris 
 
3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back + to nature หรือ final fantasy + x  

4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย  

5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนตรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยวกับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น “front mission 3″ -filetype pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF  

6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย ” ” เช่น “Breath of fire IV”  

7. Google สามารถแปลเว็บภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า “Translate this page” ด้านข้างชื่อเว็บ)  

8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือ  Adobe Portable Document Format (นามสกุลของไฟล์ pdf) Adobe PostScript (นามสกุลของไฟล์ ps) Lotus 1-2-3 (นามสกุลของไฟล์ wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku) Lotus WordPro (นามสกุลของไฟล์ lwp) MacWrite (นามสกุลของไฟล์ mw) Microsoft Excel (นามสกุลของไฟล์ xls) Microsoft PowerPoint (นามสกุลของไฟล์ ppt) Microsoft Word (นามสกุลของไฟล์ doc) Microsoft Works (นามสกุลของไฟล์ wks, wps, wdb) Microsoft Write (นามสกุลของไฟล์ wri) Rich Text Format (นามสกุลของไฟล์ rtf) Text (นามสกุลของไฟล์ ans หรือ txt)  วิธีใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น “Chrono Cross” filetype:pdf หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)  

9. Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บบางเว็บที่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)   10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword  11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเว็บนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น link:www.google.com แต่คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่นๆ ได้ 

12.Google สามารถค้นหาเว็บที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu 

13.ถ้าคุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I’m Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเว็บที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเว็บนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I’m Feeling Lucky หรือ ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย  

14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ  


15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์ first name (or first initial), last name, city (state is optional) first name (or first initial), last name, state first name (or first initial), last name, area code first name (or first initial), last name, zip code phone number, including area code last name, city, state last name, zip code แล้วแต่ว่าคุณจะใช้แบบไหน

16.Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เข้าไปที่ http://catalogs.google.com)
17.Google สามารถเก็บข้อมูลลักษณะการใช้ที่คุณต้องการได้โดยเข้าไปที่ Preferences หรือ ตัวเลือก ใน Google ไทย

Next Page »

Powered by WordPress