แวะกำ

ธันวาคม 26, 2007

นี่เบอร์โทรของคุณใช่ไหม ?

Filed under: 5Hi — hazard @ 3:26 pm

นี่เบอร์โทรของคุณใช่ไหม ?
1) เลขเบอร์โทรของคุณ 3 ตัวแรก
2) คูณด้วย 80
3) บวก 1
4) คูณด้วย 250
5) บวกเบอร์โทร 4 ตัวหลัง
6) บวกเบอร์โทร 4 ตัวหลังอีกที
7) ลบ 250
8) หารด้วย 2
เบอร์โทรศัพท์ของคุณใช่ไหม???

ลองทำดูนะ หนุกๆ

แต่ผมลองแล้วบ่ถูกเน้อ แค่ 4 ตัวสุดท้ายอ่ะใช่ครับ ขอบคุณนะ

แผ่นดิสก์ล้างไดรฟ์ CD/DVD ชัวร์ หรือมั่วนิ่ม?

Filed under: Tech & Trick — hazard @ 3:16 pm

คุณคิดว่า แผ่นดิสก์ที่ใช้ล้างหัวอ่านไดรฟ์ CD/DVD ช่วยได้จริงหรือเปล่าครับ ? และที่แย่กว่านั้นก็คือ เคยมีข่าวว่า มันอาจทำให้หัวอ่านมีปัญหาก่อนเวลาอันควรได้อีกด้วย แผ่นดิสก์ทำความสะอาดหัวอ่าน มักจะประกอบด้วยขนแปรงเล็กๆ ที่ติดอยู่บนแผ่นซีดี เมื่อคุณใส่แผ่นเข้าไปในเครื่องเล่น มันจะหมุนแผ่นสักครู่ก็หยุด ก็เอาแผ่นออก โดยแนวคิดง่ายๆ ก็คือ แปรงเล็กๆ นี้จะช่วยปัดฝุ่นสกปรกที่สะสมอยู่บนเลนส์ของหัวอ่านเลเซอร์ในไดรฟ์ ซึ่งหากมีฝุ่นสะสมอยู่มากเกินไป ไดรฟ์จะอ่านแผ่นไม่ได้แต่คุณจะเชื่อได้อย่างไรล่ะครับว่า วิธีนี้เวิร์ก ข้อมูลจากเว็บไซต์ RepairFaq.Org ให้เหตุผลว่า ทำไมแผ่นดิสก์ทำความสะอาดเหล่านี้อาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย หรือบางทีอาจสร้างปัญหาได้ด้วย นี่คือเหตุผล 3 ข้อที่ปรากฏบนเว็บไซต์ดังกล่าว นายเกาเหลาเห็นว่า น่าสนใจดีก็เลยหยิบมาเล่าสู่กันฟังครับ

แผ่นทำความสะอาดหัวอ่านเลเซอร์ในไดรฟ์ CD/DVD ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ เหตุผลก็คือ แปรงที่อยู่บนแผ่นดิสก์ทำความสะอาดพวกนี้จะไม่ค่อยถูกเปลี่ยน ยิ่งเราใช้มันบ่อยๆ มันไม่เพียงแต่จะทำให้เลนส์สกปรกมากขึ้นเท่านั้น บางทีมันอาจจะเป็นตัวปัดให้ฝุ่นไปตกอยู่ภายในไดรฟ์

ไดรฟ์ CD/DVD ไม่ได้ออกแบบตามมาตรฐานการทำงานของแผ่นดิสก์ทำความสะอาด เนื่องจากการออกแบบการทำงานภายในไดรฟ์ CD/DVD มีความหลากหลายมาก มันจึงเป็นไปได้ยากที่แผ่นดิสก์ทำความสะอาดที่มีรูปแบบเดียวจะสามารถจัดการกับปัญหาที่แตกต่างกันได้ เรียกว่า ไดรฟ์ CD/DVD มีการพัฒนาไปถึงไหนแล้ว แผ่นทำความสะอาดไดรฟ์พวกนี้ ยังคงมีหน้าตาเหมือนเดิม

ไดรฟ์ไม่ยอมรับแผ่นทำความสะอาด อันนี้หมายความว่า ไดรฟ์บางรุ่นได้รับการออกแบบให้หมุนก็ต่อเมื่อมันรู้ว่า สิ่งที่ใส่เข้าไปเป็นแผ่น CD หรือ DVD จริงๆ สำหรับไดรฟ์พวกนี้ เมื่อคุณโหลดแผ่นทำความสะอาดเข้าไป ไดรฟ์จะไม่หมุน และการทำความสะอาดหัวอ่านก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาไดรฟ์ CD/DVD ให้ทำงานได้อย่างราบรื่นอยู่เสมอก็คือ ควรใช้งานโน้ตบุ๊กในที่มีฝุ่นแต่น้อย รวมถึงมลพิษ ควันต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม นับวันไดรฟ์พวกนี้มีแต่ราคาจะถูกลงจนแทบจะเหมือนเมาส์ และคีย์บอร์ดแล้ว หากไดรฟ์ของคุณมีอายุการใช้งานมายาวนานแล้ว การทำความสะอาดอาจไม่ช่วยอะไร เรียกว่า เป็นการเสียเปล่าก็ได้ การซื้อไดรฟ์ตัวใหม่ไปเลยน่าจะคุ้มกว่าความพยายามที่อาจจะไม่เห็นผลในลักษณะนี้ก็ได้นะครับ

ที่มา : www.arip.co.th

เรื่องของตัวเลข มหัศจรรย์

Filed under: 5Hi — hazard @ 3:11 pm

1 x 8 + 1 = 9
12 x 8 + 2 = 98
123 x 8 + 3 = 987
1234 x 8 + 4 = 9876
12345 x 8 + 5 = 98765
123456 x 8 + 6 = 987654
1234567 x 8 + 7 = 9876543
12345678 x 8 + 8 = 98765432
123456789 x 8 + 9 = 987654321
——————————————————————————–
1 x 9 + 2 = 11
12 x 9 + 3 = 111
123 x 9 + 4 = 1111
1234 x 9 + 5 = 11111
12345 x 9 + 6 = 111111
123456 x 9 + 7 = 1111111
1234567 x 9 + 8 = 11111111
12345678 x 9 + 9 = 111111111
123456789 x 9 +10= 1111111111

——————————————————————————–
9 x 9 + 7 = 88
98 x 9 + 6 = 888
987 x 9 + 5 = 8888
9876 x 9 + 4 = 88888
98765 x 9 + 3 = 888888
987654 x 9 + 2 = 8888888
9876543 x 9 + 1 = 88888888
98765432 x 9 + 0 = 888888888

——————————————————————————–
1 x 1 = 1
11 x 11 = 121
111 x 111 = 12321
1111 x 1111 = 1234321
11111 x 11111 = 123454321
111111 x 111111 = 12345654321
1111111 x 1111111 = 1234567654321
11111111 x 11111111 = 123456787654321
111111111 x 111111111=12345678987654321

ธันวาคม 25, 2007

วิวัฒนาการ Optical Stoage - CD

Filed under: Tech & Trick — hazard @ 3:32 pm

วิวัฒนาการ Optical Stoage - CD  

CD มีจุดเริ่มต้นในปี 1978 โดยมีบริษัทฟิลิปส์ (Philips) และ โซนี่ (Sony) ร่วมมือกันในการผลิตคอมแพคดิสก์สำหรับบันทึกเสียง โดยในปี 1982

ได้มีการกำหนดมาตรฐานของซีดีรวมทั้งรายละเอียดของการบันทึกเสียง เช่นวิธีการอ่าน และขนาดของซีดี โดยกำหนดแผ่นดิกส์เป็น 5 นิ้ว ที่กำหนด 5 นิ้วเพราะว่าแผ่นขนาดนี้สามารถบรรจุซิมโฟนี่หมายเลข 9 ของบีโธเฟนได้ ในปี 1970 ทั้งสองบริษัทได้มีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในการใช้เทคโนโลยีของซีดีกับคอมพิวเตอร์ ทำให้มีการพัฒนาซีดีรอมที่พวกเราได้ใช้กับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

CD จัดเป็นแผ่นบันทึกข้อมูลรูปแบบหนึ่ง โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สีแดงที่มีความยาวคลื่นแสง 780 nm (nanometer) ซึ่งมักจะไว้ใช้งานทางด้าน Multimedia เช่น ภาพ และเสียง โดยส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการบันทึกข้อมูลพื่อการบันเทิง และใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งตัองใช้เนื้อที่ในการเก็บมากกว่า 50 MB ดังนั้นแล้ว จึงจำเป็นที่ข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัยการจัดเก็บไว้ในแผ่นซีดี

http://variety.teenee.com/science/img7/28226.jpg

ในปัจจุบันเครื่องอ่านซีดีรอมจะมีราคาถูกลงอย่างมากจึงทำให้กลายเป็นอุปกรณ์ และสื่อที่ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใช้ในการบันทึกข้อมูล และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าเนื่องจากความจุที่มากกว่าและราคาทีถูกกว่า

โดยปกติจะจำแนกแผ่นซีดีออกเป็น 3 ชนิดคือ

CD-ROM (Compact Disc Read Only Memory - ไม่สามารถลบข้อมูลได้) มักใช้ในการบันทึกเพื่อเผยแพร่สำหรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่และปริมาณมาก ๆ เช่น พจนานุกรม และโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ เป็นต้น

CD-R (CD –Recordable - สามารถเขียน แต่ไม่สามารถลบข้อมูลได้) มักใช้ในการบันทึกข้อมูลถาวร เช่นการบันทึกเพลง เป็นต้น

CD-RW (CD-Rewritable - สามารถอ่าน เขียนและลบข้อมูลได้) โดยมากมักใช้ในการบันทึกและแก้ไขงานนำเสนอสื่อประสมต่าง ๆ

โดยทั่วไป จะมีขนาดบรรจุข้อมูล 2 ขนาดความจุข้อมูลคือ 650 และ 700 MB โดยสามารถบันทึกข้อมูลได้นาน 70 นาที

และมีการใช้บันทึกข้อมูลได้เพียงด้านเดียว (Single side media) ลักษณะของแผ่นซีดีจะเป็นวง Track มีระยะห่างกัน 1.6 ไมครอน (Micron) โดยTrack จะถูกแบ่งเป็นท่อนเล็กๆ (Bump) เรียงกันเป็นแถว แต่ละท่อนมีความกว้าง 0.5 ไมครอน มีความยาว 0.83 ไมครอน และสูง 125 นาโนเมตร (nanometers) ซึ่งถ้านำ Bump แต่ละท่อน มาต่อเรียงกัน ก็จะได้ความยาว 3 กิโลเมตรต่อแผ่น CD 1 แผ่น

http://variety.teenee.com/science/img7/28228.jpg

http://variety.teenee.com/science/img7/28229.jpg

เป็นการใช้ลำแสงเลเซอร์ในการอ่านข้อมูลโดยแผ่นพลาสติกที่เคลือบอลูมิเนียมเชื่อมสะท้อนแสงเลเซอร์

ที่ยิงมาและสะท้อนกลับไปที่ตัวอ่านข้อมูลที่เรียกว่า Photo Detector โดยทางด้านล่างของซีดีรอมจะมีหลุมที่เรียกว่า พิท โดยแต่ละหลุมจะมีขนาดเล็กมากประมาณ 1.6 ไมครอน ซึ่งถ้าตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ยิงแสงเลเซอร์ไปบนแผ่นแล้ว การสะท้อนแสงเลเซอร์ของบริเวณที่มีหลุมกับไม่มีหลุมก็จะแตกต่างกัน ดังน้นค่าที่ได้ก็จะแตกต่างกัน และแผงวงจรภายในก็จะเปลี่ยนให้เป็นสัญญาณ 0 กับ 1 เพื่อส่งไปให้กับซีพียูนำไปประมวลผลต่อไป

ข้อดี คือ

1. ราคาถูก
2. มีความจุมากกว่าฟลอปปี้ดิสก์
3. ง่ายต่อการผลิตจำนวนมาก
4. เคลื่อนย้ายได้สะดวก
5. มีความทนทาน

ข้อเสีย คือ

1. การเข้าถึงข้อมูลเป็นแบบ Sequential จึงไม่เหมาะสำหรับใช้ในการเก็บข้อมูล
ทางคอมพิวเตอร์ เพราะเวลาจะลบข้อมูลต้องลบข้อมูลท้งแผ่น
2. เวลาเขียนข้อมูลลงบนแผ่นซีดีต้องมีเครื่องโดยเฉพาะทำให้การจัดเก็บข้อมูล
ไม่ดีเท่าที่ควร
3. ใช้สาร Magnetic จึงทำให้แสงเปลียนตาแม่เหล็ก ซึ่งทำให้มีการเสื่อมสภาพ
เมื่อมีการใช้งาน จึงไม่ควรใช้เป็น back up

ขอขอบคุณสาระดีดี จาก วิชาการ.คอม
http://variety.teenee.com/science/4467.html

 

เรียนลัดเรื่องคำสั่ง Dos

Filed under: Tech & Trick — hazard @ 3:29 pm

ความจำเป็นในการใช้ (Dos) ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งดอสเลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี Windows หรือเข้าไปใช้งาน Windows ไม่ได้ คำสั่งดอสก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่งดอสจะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื่อนำไปใช้งานในยามฉุกเฉิน
        Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการดอสเป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการดอสจะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน

CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่
       CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันคำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ได้
รูปแบบคำสั่ง
CD [drive :] [path]
CD[..]
        เมื่อเข้าไปในไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    CD\    กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >
    CD..    กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows>

CHKDSK (CHECK DISK) คำสั่งตรวจเช็คพื้นที่ดิสก์
        CHKDSK เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยความจำ และการใช้งานดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ การรายงานผลของคำสั่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ไดเร็คทอรี และ FAT ของดิสก์ หรือไฟล์ เพื่อหาข้อมผิดพลาดของการเก็บบันทึก ถ้า CHKDSK พบว่ามี Lost Cluster จะยังไม่แก้ไขใด ๆ นอกจากจะใช้สวิตซ์ /f กำหนดให้ทำการเปลี่ยน Lost Cluster ให้เป็นไฟล์ที่มีชื่อไฟล์เป็น FILE0000.CHK ถ้าพบมากว่า 1 ไฟล์ อันต่อไปจะเป็น FILE0002.CHK ไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถรายงานปัญหาที่ตรวจพบได้อีก อย่างเช่น จำนวน Bad Sector , Cross-ling Cluster (หมายถึง Cluster ที่มีไฟล์มากกว่าหนึ่งไฟล์แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ข้อมูลใน Cluster จะเป็นของไฟล์ได้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น)
รูปแบบคำสั่ง
CHKDSK [drive:][[path]filename] [/F] [/V]
[drive:][path]         กำหนดไดรว์ และไดเร็ทอรีที่ต้องการตรวบสอบ
filename         ชื่อไฟล์ที่ต้องการให้ตรวจสอบ
/F         สั่งให้ Fixes Errors ทันทีที่ตรวจพบ
/V         ขณะที่กำลังตรวจสอบ ให้แสดงชื่อไฟล์และตำแหน่งของดิสก์บนหน้าจอด้วย
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง

    C:\WINDOWS>CHKDSK D:    ตรวจสอบข้อมูลการใช้งานดิสก์ในไดรว์ D
    C:\>CHKDSK C: /F    ตรวจสอบ ไดรว์ C พร้อมกับซ่อมแซมถ้าตรวจเจอปัญหา

COPY คำสั่งคัดลอกไฟล์
       Copy เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ จากไดเร็คทอรีหนึ่งไปยังไดเร็คทอรีที่ต้องการ คำสั่งนี้มีประโยชน์มากควรหัดใช้ให้เป็น เพราะสามารถคัดลอกไฟล์ได้ยามที่ Windows มีปัญหา
รูปแบบคำสั่ง
COPY [Source] [Destination]
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    C:\COPY A:README.TXT    คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ A ไปยังไดรว์ C
    C:\COPY README.TXT A:    คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ C ไปยังไดรว์ A
    C:\INFO\COPY A:*.*    คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C
    A:\COPY *.* C:INFO    คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C

DIR คำสั่งแสดงไฟล์และไดเร็คทอรีย่อย
        เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายชื่อไฟล์และไดเร็คทอรี คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้รู้ว่าในไดรว์หรือไดเร็คทอรีนั้น ๆ มีไฟล์หรือไดเร็คทอรีอะไรอยู่บ้าง
รูปแบบคำสั่ง
DIR /P /W
/P     แสดงผลทีละหน้า
/W    แสดงในแนวนอนของจอภาพ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    C:\>DIR    ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C
    C:\>DIR /W    ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C ในแนวนอน
    C:\>INFO\DIR /P    ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีย่อยในไดเร็คทอรี INFO โดยแสดงทีละหน้า
    C:\>INFO\DIR *.TEX    ให้แสดงรายชื่อไฟล์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี INFO เฉพาะที่มีนามสกุล TXT เท่านั้น
    C:\> DIR BO?.DOC    ให้แสดงรายชื่อไฟล์ในไดรว์ C ที่ขึ้นต้นด้วย BO และมีนามสกุล DOC ในตำแหน่ง ? จะเป็นอะไรก็ได้

ผมเองก็ลืมหมดแล้ว

Next Page »

Powered by WordPress