วิธีใช้ mail อื่น เล่น MSN
วิธีใช้ mail อื่น เล่น MSN
1. เข้าไปที่เว็บ http://www.passport.com
2. ที่เมนูด้านซ้ายมือเลือกไปที่ ลงทะเบียน
3. เลือกไปที่ มี ใช้อีเมล์แอดเดรสที่มีอยู่ แล้วกดที่ ดำเนินการต่อ
3. เลือกไปที่ มี ใช้อีเมล์แอดเดรสที่มีอยู่ แล้วกดที่ ดำเนินการต่อ
Windows XP Service Pack 3 หลังจากไมโครซอฟท์ปล่อย whitepaper แจ้งรายละเอียดภาพรวม XP SP3
ตั้งใจว่าจะเขียนเรียบเรียงให้ท่านที่สนใจจะอัพเกรดเป็น Service Pack 3 ได้ทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้น
Service Pack 3 ของ Windows XP นั้นไม่มีอะไรมากมายและแปลกใหม่นัก
เป็นการรวบรวม hotfix และ patch ต่างๆ ที่ปล่อยออกมาหลังไมโครซอฟท์ปล่อย Service Pack 2 เสียส่วนใหญ่
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งที่หลายคนหวัง จะอธิบายว่าเป็นเพียง service pack ธรรมดาเหมือน sp1 ก็ไม่ผิดครับ
โดยภาพรวม Windows XP Service Pack 3 จะประกอบด้วย security updates hotfix และ patch ต่างๆ
ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยหลังออก SP2 เป็นต้นมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงฟังก์ชั่นและการทำงานที่สำคัญ แต่จะอัพเดตองค์ประกอบต่างๆ อย่าง Microsoft Management Console
(MMC) 3.0 และ Microsoft Core XML Services 6.0 (MSXML6) เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ไมโครซอฟท์ไม่ได้รวมเอา Windows Internet Explorer 7 เข้ามาไว้ใน SP3
แต่จะใส่มาเฉพาะส่วนที่เป็นอัพเดตและ fix เท่านั้น คล้ายกับว่าไมโครซอฟท์ตั้งใจจะไม่บีบให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนจาก IE6 มาใช้ IE7
ใครที่ต้องการอยู่กับ IE6 (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะยังสามารถใช้ IE6 ได้ สำหรับใครที่เปลี่ยนไปเป็น IE7 แล้วจะมีอัพเดตมาให้เช่นเดียวกัน
ส่วนคุณสมบัติใหม่ที่ไมโครซอฟท์นำมาจาก Windows Vista และ Windows Server 2008 ใส่ลงไปใน SP3 มีอยู่สองส่วนหลัก
คือ Network Access Protection (NAP) และ Windows Product Activation แบบใหม่ที่ไม่บังคับให้ต้องใส่คีย์ระหว่างการติดตั้ง
มาลงรายละเอียดกันนิดนะครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงส่วนไหนอย่างไรบ้าง รายละเอียดด้านล่างจะไม่รวม hotfox และอัพเดตประจำอื่นๆ มีเฉพาะส่วนเปลี่ยนแปลงสำคัญเท่านั้น
รวมอัพเดตการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นการทำงานซึ่งปล่อยแยกย่อยก่อนหน้านี้
Management: อัพเกรดเป็น MMC 3.0 (เกี่ยวข้องกับ system management tasks)
MDAC: อัพเกรดเป็น MSXML6 เพิ่มความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับ XML 1.0 และ XML Schema 1.0 W3C Recommendations และความเข้ากัน
กับ System.Xml 2.0
MSI: อัพเกรด Windows Installer 3.0 ไปเป็น Microsoft Windows Installer 3.1 v2 (3.1.4000.2435)
Networking:
Background Intelligent Transfer Service (BITS) 2.5 ซึ่งจำเป็นสำหรับ Microsoft System Center Configuration Manager 2007 และ
Windows Live OneCare
IPsec Simple Policy Update
Digital Identity Management Service (DIMS)
Peer Name Resolution Protocol (PNRP) 2.1 ทำให้ เครื่องที่ใช้งาน XP SP3 สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง Vista ที่ใช้ PNRP ได้
Wi-Fi Protected Access 2 (WPA2) เพิ่มการรองรับ WPA2 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบไร้สายล่าสุดของ IEEE 802.11i
ฟังก์ชั่นใหม่และปรับปรุงเพิ่มความสามารถ
Networking:
“Black Hole” Router Detection ตรวจหลุมดำในเราเตอร์ (ตรวจหาจุดที่แอบทิ้งแพคเกจข้อมูลที่ส่งออกไป)
Network Access Protection (NAP) เป็นส่วนที่นำมาจาก Vista และ Server 2008 (รักษา “สุขภาพ” คุณภาพการเชื่อมต่อเครือข่าย)
Security:
Descriptive Security Options User Interface การให้รายละเอียดและคำอธิบายเพิ่มมากขึ้นสำหรับ Security Options ใน Control Panel
Enhanced security for Administrator and Service policy entries
Microsoft Kernel Mode Cryptographic Module
Setup
Windows Product Activation นำรูปแบบเดียวกับที่ใช้กับ Vista และ Server 2008 มาใช้ คือ เปิดให้สามารถติดตั้งจนเสร็จสิ้นได้โดยไม่ต้องใช้คีย์ แต่ระบบใหม่นี้ไม่กี่ยวข้องกับ
Windows Vista Key Management Service (KMS)
จากภาพรวมและรายละเอียดเท่าที่มีตอนนี้อาจจะเห็นว่า Windows XP SP3 แทบไม่มีอะไรใหม่ หลายอย่างผู้ใช้ทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้วผ่าน Windows Update ซึ่งไมโครซอฟท์ปล่อย
แยกย่อยเป็นรายการมาตั้งแต่ปี 2547 (ปีที่ปล่อย Service Pack2) การเปลี่ยนแปลงที่เหลือเป็นการเพิ่มความสามารถย่อยของระบบและอัพเดตให้ทันมาตรฐานปัจจุบัน อย่างเช่น WPA2 หรือการ
เพิ่มระดับความปลอดภัยและความสามารถในการทำงานผ่าน Black hole router Detection และ NAP รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยของการทำงานในแต่ละ kernel ผ่าน Microsoft
Kernel Mode Cryptographic Module
สัปดาห์นี้ไมโครซอฟท์จะปล่อย Release Candidate แรกเป็นการทั่วไป (Public Release)สำหรับผู้สนใจทดสอบ และจะปล่อยเวอร์ชั่นไฟนอลในไตรมาสแรกปีหน้า
credit : Shytalay club อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : http://n-blue.nblogz.net/windows-xp-ser … -overview/
สำหรับผู้ใช้มอนิเตอร์จอแบนที่เป็น LCD (หรือโน้ตบุ๊ก) พอนานๆ ไปคุณจะพบว่า หน้าจอมีจุดด่าง หรือรอยขีดข่วนเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ชัดเจน วินทิปครั้งนี้ขอแนะนำวิธีง่ายๆ ในการดูแลหน้าจอให้สะอาดใหม่ใสปิ๊งอยู่เสมอด้วยตัวคุณเองครับ ก่อนจะทำความสะอาดขั้นแรกให้คุณปิดการทำงานของจอ LCD ก่อน เพื่อว่าคุณจะได้สามารถมองเห็นรอยเปื้อน หรือร่องรอยของจุดด่างต่างๆ ได้อย่างชัดเจน จากนั้นหาผ้าฝ้ายที่ “อ่อนนุ่ม” แช่น้ำอุ่น แล้วบิดให้แห้งพอสมควร เช็ดเบาๆ บนหน้าจอจากบนลงล่าง หรือจากซ้ายไปขวา (ตามแต่ความถนัดของคุณ) แต่อย่าใช้วิธีเช็ดเป็นวงกลมโดยเด็ดขาด!!!
หากปฎิบัติตามด้วยวิธีข้างต้นแล้ว ไม่สามารถทำให้หน้าจอดูสะอาดขึ้นมาได้ ให้คุณลองใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำสะอาดแทน อย่างไรก็ตาม หลักการทำความสะอาดหน้าจอ LCD ก็คือ ผ้าฝ้ายที่ใช้เช็ดจะต้องล้างให้สะอาดก่อนลงมือเช็ดทุกครั้ง และไม่ควรใช้การพ่นน้ำ (หรือ น้ำ + น้ำส้มสายชู) เข้าไปที่หน้าจอโดยตรง แล้วตามด้วยผ้าแห้งเช็ดถูเข้าไปอีกที ซึ่งด้วยวิธีนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้หน้าจอของคุณสะอาดขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้หน้าจอมีปัญหาการแสดงผลในอนาคตได้อีกด้วย
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาเช็ดกระจก หรือชุดทำความสะอาดที่ส่วนผสมของแอมโมเนีย เนื่องจากมันจะทำให้พื้นผิวหน้าจอ LCD กลายเป็นสีเหลือง (สังเกตได้จากสีขาวที่เห็นในหน้าจอจะเห็นเป็นสีเหลืองอ่อนๆ) หวังว่า คำแนะนำง่ายๆ ต่อไปนี้ คงจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้จอ LCD ทุกท่านนะครับ
โดย นิตยสาร Winm@g
ที่มา: www.adslthailand.com
ประเภทไวรัสคอมพิวเตอร์
ในทำนองเดียวกับไวรัสทางชีววิทยา เราอาจจะวิเคราะห์แบ่งประเภทไวรัสคอมพิวเตอร์ โดยที่ในอเมริกา เขาก็แบ่งไวรัสเป็น 4 ประเภท
1.ไวรัสเกาะรอบนอก
ประเภทที่หนึ่งคือ ไวรัสเกาะรอบนอกนั้น เวลาคัดดลอกลงในโปรแกรมใดจะไปอยู่ด้านนอก คือ ตอนต้น หรือตอนท้ายของโปรแกรมนั้นฉะนั้นเวลาผู้ใช้เรียกใช้ที่มีไวรัส ตัวโปรแกรมไวรัสก็จะทำงานก่อนโปรแกรมเดิม ถ้าไวรัสอยู่ตอนต้นของโปรแกรมเดิมหรือทำงานหลังโปรแกรมเดิม ไวรัสอยู่ตอนท้ายของโปรแกรมเดิมนั่นคือทุกครั้งที่เรียกใช้โปรแกรมใช้งานหนึ่งครั้ง โปรแกรมก็จะทำงานหนึ่งครั้ง การทำงานของมันอย่างน้อยที่สุดก็คัดลอกตัวเองลงไปในโปรแกรมอื่นหนึ่งครั้งและดูตัวสะกิดว่าถึงกำหนดให้ปฏิบัติกาโหดของมันต่อหรือไม่ ถ้าถึงแล้วก็ปฏิบัติการโหดของมัน ถ้าถึงเวลาก็รอไปก่อน
ไวรัสแบบที่หนึ่งนี้ เป็นโปรแกรมครบถ้วนในตัวของมันเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแก้ไขอะไรในโปรแกรมใช้งานเลย ฉะนั้นโปรแกรมใช้งานก็ทำงานตามปกติทุกอย่าง ไวรัสแบบนี้จะเขียนง่าย ตรวจพบง่าย เพราะมันทำให้โปรแกรมใช้งานยาวขึ้นและมันจะเปลี่ยนวัน เวลาระบุการแก้ไขโปรแกรมการใช้งานนั้น และเมื่อพบแล้วก็ลบออกได้ง่ายเพราะมันอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของโปรแกรมใช้งานไม่ได้สอดแทรกที่อื่น
2. ไวรัสเจาะไชเข้าไปข้างใน
ไวรัสแบบนี้ไม่ได้เป็นโปรแกรมครบถ้วนในตัวของมันเองมันจะเจาะแฝงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมใช้งาน มันอาจจะย้ายส่วนหนึ่งของโปรแกรมใช้งานไปอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของโปรแกรมใช้งานเดิม แล้วตัวของมันก็เข้าไปอยู่ในที่ว่างนั้น
ไวรัสแบบนี้เขียนยากและลบยากเพราะมันจะแยกอยู่หลายๆที่ในโปรแกรมใช้งานก็ได้ แต่การตรวจพบง่าย เพราะมันมักจะทำให้โปรแกรมใช้งานยาวขึ้น และมันเปลี่ยนโครงสร้างของโปรแกรมใช้งานให้มีการกระโดดไปมามากขึ้น
3. ไวรัสไนโอเอส
ไวรัสแบบนี้แอบแฝงอยู่ในโฮเอส ทุกครั้งที่เปิดเครื่องมันก็จะลุกขึ้นมาก่อกวน ส่วนการก่อกวนก็แล้วแต่ว่าผู้สร้างได้สร้างมันให้มันก่อกวนอย่างไร ไวรัสแบบนี้เขียนยากและตรวจพบยากแต่ลบออกง่าย
4. ไวรัสตั้งแต่เกิด
ไวรัสแบบนี้ผู้สร้างใส่ไว้ในโปรแกรมใช้งาน หรือตอนที่โปรแกรมใช้งานถือกำเนิดเกิดขึ้น ส่วนมากมักจะเขียนด้วยภาษาแอสแซมบลี หรือภาษาซี ซึ่งทำให้สามารถก่อกวนคอมพิวเตอร์ ได้หลายยี่ห้อที่ใช้ภาษาแอสเซมบลีเหมือนกัน ถ้ามีการตรวจสอบการพัฒนาโปรแกรมอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็อาจจะตรวจพบไวรัสตัวนี้และจัดการลบออกได้โดยง่าย แต่ถ้าตรวจไม่พบตั้งแต่ต้นก็อาจตรวจภายหลังลำบากเพราะจะตรวจโปรแกรมใช้งานก็ไม่ได้ เพราะเกิดมาจากโปรแกรมใช้งานความยาวของมันจึงรวมอยู่ในความยาวของโปรแกรมตั้งแต่ต้น
Powered by WordPress