Android
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังสัมมนาที่ Software Park มาครับ ด้วยความที่เค้าเคลมว่า Android เจ๋งกว่า iPhone เลยอยากไปดูให้เห็นกับตา เพราะว่าผมเองก็มีโอกาสได้ลองเล่น iPhone จึงคิดว่าในบรรดาเจ้าเหล่านั้นแล้ว ณ ตอนนี้คงไม่มันไหนที่จะมาสู้ iPhone ได้อีกแล้ว เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ
What’s Android ?
ปัจุจุบันเทคโนโลยีทางด้านโทรศัพท์มือถือได้เข้าสู่ความจำเป็นในการใช้งานของคนทั่วไปและแนวโน้มที่จะเข้าสู่ ระบบ Web mobile มากขึ้น ล่าสุด Google ที่เป็นเครือข่ายเว็บไซด์รายใหญ่ของโลก ได้ประกาศเปิดตัว ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือ ใหม่ที่ชื่อ Android เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีพันธมิตรทางด้านโทรศัพท์มือถือเข้าร่วมจำนวนมาก Android คือแพลตฟอร์มใหม่สำหรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพา ซึ่งประกอบด้วยระบบปฏิบัติการ ไลบรารี เฟรมเวิร์ค และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่จำเป็นในการพัฒนา มันเทียบเท่ากับ Windows Moble, Palm OS, Symbian, OpenMoko และ Maemo ของโนเกีย โดยจับตลาดมือถือรุ่นใหม่ๆ ความสามารถสูงๆ (ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นตลาดของ iPhone) โดยกลุ่มมือถือเหล่านี้จะทยอยวางตลาดในปีหน้าถึงจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ซิงๆ แต่ Android ก็ใช้องค์ประกอบที่เป็นโอเพนซอร์สหลายอย่าง เช่น Linux Kernel, SSL, OpenGL, FreeType, SQLite, WebKit และเขียนไลบรารี+เฟรมเวิร์คของตัวเองเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดจะโอเพนซอร์ส (ใช้ Apache License) ลองดูภาพประกอบ

ภาษาที่ใช้พัฒนาเป็นจาวา แต่เอามาเฉพาะภาษา (Java programming language) ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มของซันเลย โดย Android มีรันไทม์ของตัวเองชื่อว่า Dalvik ซึ่งแทนที่เราจะคอมไพล์เป็นไบต์โค้ด ก็ใช้ฟอร์แมต Dalvik Executable (.dex) แทน การสร้าง GUI ใช้เป็นไฟล์ XML (สไตล์เดียวกับ XAML หรือ XUL)ไลบรารีที่มีให้เรียกก็เป็นของ Android ทั้งหมด (import android.*) ไม่เกี่ยวกับ J2ME เลย อารมณ์ว่ายืม syntax ของจาวามาใช้เฉยๆ แต่อย่างอื่นกูเกิลทำเองเกือบหมดเครื่องมือพัฒนา Android ก็ไม่ใช่อื่นไกล มีปลั๊กอินสำหรับ Eclipse ตามสมัยนิยม (ชื่อ Android Development Tools - ADT) ใช้ Apache Ant สำหรับ build สำหรับส่วนของ SDK นั้นก็ให้เครื่องมือมาครบ ทั้งตัวดีบั๊กสารพัดชนิด และ emulator ของ GPhone สำหรับรันแอพพลิเคชันทดสอบ (เพราะตอนนี้ยังไม่มีเครื่องจริงๆ ให้ลองอยู่ดี)สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคของ Android แนะนำให้ดูวิดีโอ 3 ตอนบน YouTube ซึ่งพูดโดยวิศวกรของ Android เอง
- Part 1 - Architecture Overview เหมือนแผนภาพด้านบน
- Part 2 - Application Lifecycle อันนี้เป็นคอนเซปต์ของการเรียกใช้และสลับแอพพลิเคชัน
- Part 3 - API แนะนำ API ที่มีให้ใช้ คอนเซปต์ของ View นี่เข้าท่าเลย
สำหรับ SDK และรายละเอียดอื่นๆ ดูได้จากเว็บโครงการของ Android มีเนื้อหาละเอียด พวก Tutorial และ Reference ก็ขึ้นหมดแล้ว
ทำไม Android ถึงน่าสนใจ
ตอบง่ายๆ เลยว่า “กูเกิล” ครับปัจจุบันนี้ด้วยอิทธิพลทั้งด้านเทคโนโลยีและการเงินของกูเกิลนั้นน่ากลัวมากอยู่แล้ว กูเกิลตัดสินใจใช้ยุทธศาสตร์การสร้างสภาวะแวดล้อม (ecosystem) ของ Gphone ขึ้นมาแทนการสร้างอุปกรณ์ Gphone ของตัวเอง ยกหน้าที่การพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้กับพันธมิตร และหน้าที่ในการพัฒนาแอพพลิเคชันให้กับนักพัฒนาภายนอก โดยเปิด API ของตัวระบบอย่างเต็มที่ ตามโมเดลโอเพนซอร์ส
พันธมิตร 34 รายของกูเกิลรวมตัวกันชื่อ Open Handset Alliance เรามาดูกันว่ากูเกิลชวนใครมาได้บ้าง

อย่างแรกสุดคือผู้ผลิตตัวเครื่องมือถือ
- HTC - ผู้ผลิตเครื่องให้ O2 และเจ้าของแบรนด์ Dopod
- LG - พวกนี้คงไม่ต้องอธิบาย
- Motorola
- Samsung
จะเห็นว่ากูเกิลได้ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่มา 3 ราย คือ Motorola (อันดับ 2) Samsung (อันดับ 3) และ LG (อันดับ 5) ขาดแต่ Nokia กับ Sony Ericsson เท่านั้น ทั้งสามรายนี้มีส่วนแบ่งตลาดปัจจุบันรวมกัน 34.8% ของตลาดโลก (ตัวเลข Q207 จาก Gartner) ก็พอสู้กับ Nokia ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 36.9%(Nokia เป็นผู้สนับสนุนหลักของแพลตฟอร์ม Symbian แต่ก็แอบไปทำ Maemo เป็นทางเลือกไว้แล้ว ปัจจุบัน Maemo ถูกใช้ใน Internet Tablet อย่างพวก N770, N800 ซึ่งคาดว่าจะเป็นฐานสำคัญของมือถือ Nokia ในอนาคต)ถึงแม้เราจะไม่มีอะไรการันตีว่าบริษัทเหล่านี้จะผลิตมือถือที่ใช้ Android ทั้งหมดในอนาคต แต่ด้วยชื่อชั้นขนาดนี้ ก็รับประกันว่าปีหน้าเราจะเห็นมือถือ Android ในท้องตลาด (กระแสหลัก) แน่นอนอันดับถัดมาคือผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์
- Audience - ผลิตชิปเสียง
- Broadcom - ชิปเน็ตเวิร์คที่เราใช้กันทุกวันนี้
- Intel - ไม่ต้องอธิบาย
- Marvell - ชิปเซ็ตสารพัดชนิด
- Nvidia - ไม่ต้องอธิบาย แต่เสริมนิดว่าเดี๋ยวนี้มือถือมีการ์ด 3D กันแล้วนะ
- Qualcomm - ชิปเน็ตเวิร์คสารพัดชนิด
- SiRF - ทำ GPS
- Synaptics - clickwheel ใน iPod ไง (รวมถึง ZEN ด้วย)
- Texas Instrument - เจ้าพ่อใหญ่ ไม่ต้องอธิบายอีกเหมือนกัน
ตามรายชื่อนี้มีพี่เบิ้มมากันหมด ดังนั้นรับประกันได้ว่า Android จะไม่มีปัญหาขาดแคลนไดรเวอร์อุปกรณ์แน่นอนฮาร์ดแวร์พร้อมแล้ว เรามาดูว่ามีผู้ให้บริการเครือข่ายหรือโอเปอเรเตอร์เจ้าไหนมาร่วมแจมบ้าง (ข้อมูลตัวเลขจาก Wikipedia)
- China
Mobile - ผู้ให้บริการมือถือที่มีลูกค้ามากที่สุดในโลก แค่จีนประเทศเดียวซัดไปแล้ว 350 ล้านเลขหมาย - KDDI - เบอร์สองของญี่ปุ่น
- NTT DoCoMo - เบอร์หนึ่งของญี่ปุ่น
- Sprint Nextel - เบอร์สามของสหรัฐ
- T-Mobile - เบอร์หนึ่งของเยอรมนีและหลายประเทศในยุโรป รวมถึงเป็นเบอร์สี่ของสหรัฐ ถ้ารวมทั้งโลกอยู่อันดับหก
- Telecom Italia - เบอร์หนึ่งของอิตาลี
- Telefónica - เบอร์สามของโลก มาจากสเปน ปัจจุบันซื้อ O2 ไปครอบครองเรียบร้อยแล้ว
รายใหญ่ที่ขาดไปก็มีแค่ Vodafone,Orange, AT&T เท่านั้น ที่น่าสังเกตคือโอเปอเรเตอร์จากญี่ปุ่นมาถึงสองราย แถมเป็นสองรายใหญ่ และรูปแบบการผลิตเครื่องมือถือในญี่ปุ่นคือโอเปอเรเตอร์เป็นคนกำหนดสเปกเครื่องนอกจากสามหมวดหลักแล้วก็ยังมีบริษัทซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่พอคุ้นหน่อยก็เช่น eBay และ Wind River ตรงนี้คงไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับบริษัทพวกนี้คงไม่ผลักดัน Android สุดตัวชนิดร่วมเป็นร่วมตายกับกูเกิล หลายค่ายอย่าง Motorola ก็มีแพลตฟอร์มลินุกซ์เป็นของตัวเองเอาไว้กันเหนียว แต่ด้วยชื่อชั้นของบริษัทที่ยกมา ก็น่าจะพอเป็นปัจจัยหนุนให้เรามั่นใจว่า Android จะประสบความสำเร็จได้บ้าง ที่เหลือก็ขึ้นกับฝีมือของกูเกิลแล้วนอกจากพันธมิตรระดับใหญ่แล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ผมคิดว่า Android ได้เปรียบก็คือการเป็นแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่มารอรับการเปลี่ยนยุคอีกครั้งของมือถือ (หลัง iPhone) ซึ่งมือถือรุ่นใหม่ๆ จะมีลักษณะเป็น personal internet device มากขึ้น หน้าจอใหญ่ขึ้น มีระบบอินพุตดีขึ้น ความจุมากขึ้น ฯลฯ ตรงนี้จะเหนือกว่าแพลตฟอร์มเก่าๆ อย่าง Symbian, Palm OS และ Windows
Mobile (ที่พอฟัดเหวี่ยงได้ก็คือ OS X ของ iPhone ซึ่งเราก็พยากรณ์ได้ว่าแอปเปิลจะยังใช้ระบบทำเองคนเดียวต่อไปอีกนาน)ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากเห็นหน้าตาของ Android ก็ดูได้จากวิดีโอ ซึ่ง Sergey Brin ลงทุนมาเป็นพรีเซนเตอร์เองAndroid Developer Challengeอย่างไรก็ตาม Android เป็นแพลตฟอร์มใหม่ทั้งตัว ยังไม่มีใครเคยได้ใช้ Android เลย และมีโปรแกรมที่สร้างบน Android น้อยมาก ซึ่งตรงนี้เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายว่าแพลตฟอร์มนั้นจะประสบความสำเร็จแค่ไหนกูเกิลไม่สามารถใช้วิธีสร้างโทรศัพท์ที่คนต้องการเยอะๆ แบบ iPhone ได้ แต่สิ่งที่กูเกิลทำได้ก็คือเอาเงินทุ่มครับ และรอบนี้จำนวนเงินที่ทุ่มออกมาคือ 10 ล้านเหรียญและที่ผมเขียนมาตั้งยาวนี้ เพื่อจูงใจว่าเรามาเขียนโปรแกรมชิง 10 ล้านเหรียญกันเถอะ!!!

กูเกิลเปิดตัวการแข่งขัน Android Developer Challenge พร้อมกับการออก SDK โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ Android Developer Challenge I กับ II ในช่วงแรกที่ยังไม่มีเครื่องโทรศัพท์จริงๆ ออกมา เราจะสนใจกันแต่ Android Developer Challenge I ก่อน ส่วน II จะตามมาในครึ่งหลังของปี 2008กติกาง่ายๆ เขียนโปรแกรมอะไรก็ได้บน Android เข้าส่งประกวด หมดเขตวันที่ 3 มีนาคม 2008 สำหรับทีมที่ดีที่สุด 50 ทีม รับไปก่อนเลย 25,000 ดอลลาร์ (เกือบ 8 แสนบาท)จากนั้นทีมที่เข้ารอบก็เอาเงินไปพัฒนาต่อจนถึงเดือนพฤษภาคมแล้วมาตัดสินกันอีกครั้ง เงินรางวัลรอบนี้คือ 275,000 และ 100,000 ดอลลาร์ตามลำดับ (รางวัลละ 10 ทีม) คิดเป็นเงินไทยก็ 8 ล้านกับ 3 ล้านผมเช็คกฎการแข่งขันแล้ว ใครๆ ก็สามารถส่งได้ ไม่จำกัดเฉพาะสหรัฐ คนไทยส่งได้แน่นอน ส่งกี่ชิ้นก็ได้ และไม่ต้องยกโปรแกรมให้กับกูเกิลด้วย นั่นแปลว่าทำมาแล้วดังก็ขายต่อได้ถ้าต้องการทีนี้กลับมายังจุดเริ่มต้น ว่าทำไมเราควรเข้าแข่งขัน Android Developer Challenge
- 25,000 ดอลลาร์ อันนี้ชัดเจน
- คัดเอา 50 ทีม ไม่น้อยจนสู้ไม่ไหว อันนี้มีลุ้น
- Android เป็นแพลตฟอร์มใหม่อายุ 2 วัน (ขณะที่เขียน) ไม่มีใครรู้จักหรือคุ้นเคยกับ Android มาก่อน นั่นแปลว่าทุกคนเริ่มจากศูนย์ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน
- แต่ในขณะเดียวกัน เครื่องมือที่ใช้กลับเป็นเครื่องมือมาตรฐาน เช่น จาวา, Eclipse, Ant แปลว่าเราไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทยก็ใช้เครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว เราเรียนรู้แค่ API เท่านั้นพอ
- ถึงครั้งนี้จะไม่เข้ารอบ แต่ก็ได้ประสบการณ์ไปแข่ง Android Developer Challenge II ได้ (รอบนี้เงินออกไปครึ่งเดียว 5 ล้านเหรียญ)
- และถึงจะไม่ได้รางวัลอะไรเลย แต่เราก็มีประสบการณ์ไปเขียน Android Application ขายได้ หรือใครฝันจะไปทำงานซิลิคอน วัลเลย์ ก็ต้องเตรียมเพิ่มทักษะที่ตลาดในอนาคตต้องการกันหน่อย
- สำหรับนิสิตนักศึกษา ผมก็ขอใช้เหตุผลเก่าๆ แต่ยังดูดีว่า นี่คือโอกาสทองในการฝึกตัวเองกับโจทย์ในโลกความเป็นจริง ดีไม่ดีก็อาจจะได้เงินติดมือกลับมา อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองไม่สามารถนะครับ Imagine Cup เด็กไทยก็ชนะเลิศมาแล้ว (ข่าวเก่า)
กลยุทธ์สำหรับการแข่งขัน
- แรกสุดไปโหลด SDK มาอย่างด่วนครับ มีทั้งบนวินโดวส์ แมค ลินุกซ์ ให้เลือกตามชอบ
- อ่าน Tutorial ประกอบ
- จากนั้นก็ลุยเลยไม่ต้องลีลา
- เกณฑ์การตัดสินของกูเกิลเขียนบอกไว้บนเว็บดังนี้ สังเกตตัวหนา และตีโจทย์จากกรรมการดีๆ
- การแข่งขันแบบนี้ ปัจจัยสำคัญไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นไอเดียและการนำเสนอ ดังนั้นลืมแอพพลิเคชันที่ใครๆ ก็คิดได้อย่าง Facebook Integrator ไปได้เลย (ซ้ำแน่นอน) คิดหาอะไรที่ทำงานเฉพาะทาง แต่มีประโยชน์ดีกว่า
- ขยันไปอ่านความเคลื่อนไหวคู่แข่งจาก Android Group เสียหน่อย
- รับ feed จาก Android Blog ด้วย
- มีปัญหาก็ปรึกษา ขอคำชี้แนะ คำติชมกันได้ ผมเชื่อว่าถ้ามีคนตั้งใจส่งจริงๆ ผู้อ่าน Blognone จำนวนมากก็ยินดีช่วยเต็มที่ให้คนไทยไปถึงฝัน มาใช้งาน Forum ที่นี่ได้เลย
เรื่องข่าวคราวความเคลื่อนไหวก็ไม่ต้องเป็นห่วง Blognone จะทยอยนำมาเสนอเรื่อยๆ เมื่อมีข่าวใหญ่ควรรู้ หรือถ้าใครอยากจัดติว Android ก็มาประชาสัมพันธ์ได้เช่นกัน
ข้อมูลจาก : http://www.blognone.com/node/6306
มาดูข่าวกันบ้าง นับว่าเป็นน้องใหม่มาแรงสุดๆๆแฮกเกอร์ลง Android ในอุปกรณ์ในท้องตลาดได้แล้ว
โดยพื้นฐานแล้ว Android ก็คือลินุกซ์ที่มีจาวาเฟรมเวิร์คมาให้ในตัว ดังนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ที่จะนำ Android ไปรันในฮาร์ดแวร์อื่นๆ นอกจากโทรศัพท์มือถือตามปรกติ ล่าสุดก็มีแฮกเกอร์ออกมาประกาศความสำเร็จในการนำ Android ไปติดตั้งใน PDA รุ่น Sharp Zaurus SL-C760 และ SL-C3000 ได้สำเร็จแล้วการแฮกครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทำ Android ออกมารันในฮาร์ดแวร์ทั่วไปได้ โดยฮาร์ดแวร์ตัวแรกที่มีแฮกเกอร์ทำไปรันได้จริงๆ นั้นคือบอร์ดพัฒนาชิป ARM11 ของบริษัท Armadillo แต่ด้วยราคาที่แพงกว่าอุปกรณ์ทั่วไปมาก เทียบกับ Zaurus ที่แฮกมาได้นี้มีราคามือสองอยู่ที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทแล้วก็นับว่าน่าสนใจอยู่มากไปๆ มาๆ ถ้ามันลงใน Palm ได้ทุกรุ่นอะไรอย่างนั้นคงสนุกดีพิลึก
ที่มา - Engadget, Linux Devices, eu.edge, OESF.org
วิเคราะห์ iPhone, Android กับ Java
ขอจับไปที่มุมมอง Java บน iPhone และ Android นะครับเป็นที่รู้กันว่า ณ ปัจจุบัน iPhone ยังเป็นระบบปิดที่ไม่อนุญาตให้นักพัฒนาอิสระเขียนโปรแกรมให้ทำงานบน iPhone ได้ ด้วยเหตนี้เองเชื่อกันว่าเป็นผลให้หลายคนตัดสินใจรอดูท่าที่ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ แต่เมื่อไม่นานทางแอปเปิ้ลได้ออกมาประกาศแล้วว่าต้นปีหน้านักพัฒนาจะมี iPhone SDK ให้ใช้กันแน่การมาของ iPhone SDK ทำให้หลายคนจับตามองว่าแอปเปิ้ลจะเปิดให้ SDK ลงลึกถึงระดับไหนกัน เพราะการเปิดตัว Android ของกูเกิลโดยเอาเงิน $10 ล้านล่อใจนักพัฒนานับว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างกระแสความฮือฮาในหมู่นักพัฒนาทั่วโลกเลยทีเดียว ด้วยเหตนี้ผมคิดว่าแอปเปิ้ลเองจำเป็นต้องเรียกคะแนนคืนบ้าง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ข้อได้เปรียบอย่างนึงของ iPhone ที่มีเหนือกว่า Android คือ ณ วันนี้มันมีสิ่งที่จับต้องได้ให้นักพัฒนาลองเล่นได้ทันที นักพัฒนาสามารถพัฒนา ติดตั้งทดสอบ และขายโปรแกรมของตัวเองที่พัฒนาเพื่อ iPhone ได้ก่อนที่ Android จะมีโทรศัพท์จริงๆ ให้ใช้กันแน่ๆ ข้อแตกต่างของเวลาอย่างน้อย 1-2 ปีนี้ถือเป็นช่องว่างเวลาที่ทำให้ได้เปรียบอยู่พอสมควร อย่างน้อยก็น่าจะทำให้ iPhone กลายเป็นผู้นำทางด้านนี้ได้หากแอปเปิ้ลต้องการแต่ลักษณะท่าทีของแอปเปิ้ลที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าคาดเดาได้ยาก และมักจะชอบระบบปิดที่ตัวเองสามารถควบคุมได้มากกว่าการเปิดมันออกมาอย่างที่ควรทำ สิ่งที่ต่างไปจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแอปเปิ้ลคือคู่แข่งคราวนี้ไม่ธรรมดาเหมือนที่แอปเปิ้ลเคยเข้าไปตีตลาด การตีตลาดมือถือที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งเป็นเจ้าตลาดก็นับว่าเป็นงานหนักอยู่แล้ว แต่การมาของผู้ท้าชิงที่คาดไม่ถึงอาจจะทำให้แอปเปิ้ลต้องเปลี่ยนแผนที่วางมาแต่แรกก็เป็นได้ทางนึงที่แอปเปิ้ลสามารถทำได้ในการดึงคะแนนเสียงจากนักพัฒนากลับสู่แพลตฟอร์มของตัวเองอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป แตคงต้องแลกกับการกลืนน้ำลายตัวเองของ สตีฟ จอบส์ ที่เคยประกาศไว้ว่าไม่มีใครใช้ Java แล้ว ถึงหลายคนจะบ่นว่าไม่ชอบ Java เอาซะเลยด้วยเหตผลนานับประการ แต่ความจริงอย่างนึงที่ต้องยอมรับคือบนแพลตฟอร์มมือถือนั้น Java แอพลิเคชั่นถือครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดก็ว่าได้ หากเงื่อนไขนี้เป็นสิ่งที่แอปเปิ้ลยอมแลกได้แล้วละก็น่าจะทำให้เกมการแข่งขันน่าติดตามขึ้นอีกเยอะ เพราะจะมีแอพลิเคชั่นดีๆ มากมายที่รอการพอร์ทไปทำงานบนนั้น แต่หาก iPhone SDK นั้นยังไม่รองรับ Java โดยตรง มันอาจจะเป็นจุดวิกฤตที่เพียงพอที่ทำให้ชุมชนเกิดการดิ้นรนให้มีการพอร์ต Java ไปลงเองก็ได้ เพราะ ณ วันนี้ก็เริ่มมีกระแสเล็กๆ ให้เห็นบ้างแล้วตลาดมือถือภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเกิดการก้าวกระโดดอย่างแน่นอน เทคโนโลยี นวัตกรรมและแนวคิดจะเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เริ่มจากปีหน้ายังมีสิ่งที่หลายคนจับตามองอีกอย่างนั่นคือ JavaFX Mobile เราน่าจะได้เห็นผลผลิตในตลาดของมันออกมา ถ้าเอา Android จับเทียบน้ำหนักเทียบรุ่นกับ JavaFX Mobile แล้ว นับว่าเป็นมวยที่เอาไปซัดกันได้พอดิบพอดี หลายคนจับตามองว่าการที่กูเกิลประกาศ Android ออกไปนั้นเป็นการประกาศศึกกับซันหรือไม่ แต่ความเห็นส่วนตัวคิดว่ากูเกิลไม่ใช่บริษัทที่จะทำอย่างนั้น ที่ผ่านมากูเกิลเป็นหนึ่งในองค์กรที่โปร Java อย่างหนักบริษัทนึงก็ว่าได้และวางตัวเป็นพันธมิตรที่ดีเสมอมา หลายคนคาดว่าเป็นเพราะกูเกิลวางกำหนดการนี้มาก่อนหน้าซันจะประกาศ JavaFX ด้วยซ้ำ กอปรเรื่องสัญญาอนุญาตและเรื่องขั้นตอนกระบวนการที่ต้องทำผ่าน JCP นั้นกินเวลานานเกินไปเลยทำให้ Android ต้องออกตัวมาในสภาพที่หลายคนสงสัย การออกตัวก่อนของ โจนาธาน สจ๊วตส์ เป็นความพยายามยืนยันสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองบริษัทก่อนที่ใครจะคิดไปไกล ตราบใดที่ยังไม่มีเครื่องมือถือออกมาเป็นเรื่องเป็นราว เรื่องนี้ยังมีเวลามากพอให้ทั้งคู่จับเข่านั่งคุยกันถึงความเป็นได้เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุขทันอยู่เกมนี้ยังคงต้องดูกันยาวๆ และคงไม่มีผลแพ้ชนะอย่างสิ้นสุด คนที่จมูกไวได้กลิ่นโอกาสเพื่อความได้เปรียบก็น่าจะลองลงมือทำอะไรสักอย่าง ผมคิดว่าตลาดแอพลิเคชั่นบนมือถือน่าจะเป็นตลาดที่ยังเปิดกว้างให้บริษัทหรือนักพัฒนาอิสระในประเทศไทยสามารถสู้กับบริษัทต่างชาติได้ดีกว่าตลาดอื่นๆ มันไม่ใช่ตลาดที่จะละเลยได้เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป …
ข้อมูลจาก : http://deans4j.wordpress.com/2007/11/18/iphone-android-java/
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเฉพาะตัว : http://code.google.com/android/what-is-android.html
อยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับ Android อะค่ะ เอาละเอียดๆๆๆเลยนะค่ะ ว่ามันแตกต่างกะระบบปฏิบัติการบนมือถือทั่วไปยังงัย แล้วการทำงาน อย่างละเอียด อะค่ะ พอดีให้ทำรายงานเรื่องนี้ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ขอบคุณค่ะ
เนื้อความ โดย น้องคอม — พฤษ าคม 23, 2009 @ 4:57 pm