แวะกำ

มิถุนายน 26, 2008

มานี มานะ เล่ม หนึ่ง

Filed under: Education — hazard @ 8:36 pm

 

ไม่ต้องแปลกใจนะครับที่เข้ามาอ่านหัวข้อนี้ เข้าใจถูกแล้วครับ อ่านถูกแล้วครับ มานี มานะ เชื่อว่า ปัจจุบันนี้จะหาได้ยากมากๆๆๆๆ แน่ๆๆ ผมไปเจอมาจากที่อื่น ตั้งใจเอามาแบ่งปัน มีลูก ให้ลูกดู มีหลานให้หลานดูครับ ตัวละครพวกนี้ผมว่า อมตะมาก ใครลืมบทไหนไปก็กลับไปอ่าน ลำลึกความหลังกันนะครับ

http://www.tempf.com/getfile.php?fileke … cation/pdf
หรือ
http://mihd.net/13nwpjs
หรือ
http://upload.manyfile.com/get.php?6511 … 48d49ab4,3

ผมเอาไปแจกหลายๆที่แล้ว เผื่อมีใครต้องการครับผม

มิถุนายน 24, 2008

วิธี”อึ”บนเนินเขา

Filed under: 5Hi — hazard @ 6:15 pm

PDF Format Download

มิถุนายน 23, 2008

CAT KM Blog Training

Filed under: Education — hazard @ 2:42 pm

เอกสารประกอบการบรรยายครับผม ในส่วนของ แวะกำ นะครับ เป็น Powerpoint และ PDF File เพื่อความสวยงามในการนำเสนอไฟล์แบบ Powerpoint กรุณาติดตั้ง Font ที่เครื่องท่านด้วยครับ ผมแนบ Font มาด้วย ชื่อ Chulanarak ครับ สวยครับ

โหลดได้เลยที่นี่ครับ

Link 1 = Upchil.com

Link 2 = tempf.com

Link 3 = uploadtoday.com

Link 4 = zabzaa.com

ผมขอกล่าวแบบย่อๆๆถึง technic ที่ผมใช้อยู่ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่ผมพุดใน Slide นะครับ
สิ่งที่ต้องใช้ ได้แก่ MS Word, PDF Creator, Paint, Acrobat Reader และ Picture viewer ที่สำคัญคือ Font งามๆๆจ้า ใน Slide ไม่ได้กล่าวถึงครับ Concept คือ wordpress เองไม่มี Tools ให้เราเล่นอะไรได้มากมาย หรือมีแล้วผมเองหาไม่เจอ หรือ ผมเองใช้ไม่เป็นก็ไม่ว่ากันนะ ดังนั้นแล้ว การที่จะให้ Blog ของเราออกมาสวยงาม น่าเข้าแวะชมแล้วละก็ คงเป็นการยากแน่ๆ ผมเลยใช้เทคนิคที่ว่าทำสิ่งที่ต้องการนำเสนอในเอกสาร Word ก่อน ใส่สี ใส่ รูปแบบ ใส่ ภาพ เล่น Font ให้สะใจไปเลย แล้วจากนั้น Save เป็น .doc ไว้ เผื่อเอาไว้ใช้งานภายหลัง ต่อจากนั้นแล้วทำการ convert .doc — > PDF ครับ จริงๆๆขั้นตอนนี้สามารถใช้วิธีการ Print Screen จากหน้าจอเลยก็ได้ แต่ที่ผมให้ทำเป็น PDF ก่อนเพื่อเลี่ยงปัญหาการสะกดคำผิดคำถุกของเจ้า MS Word ครับ เมื่อเราได้ PDF มาแล้วก็เปิดด้วย Acrobat Reader เจ้าตัวนี้เค้ามี Tool อยู่ 2 ตัว คือ Snapshot กับ Select เพื่อจะเอา 1 หน้าเอกสารไปทำเป็นไฟล์รูปภาพ หรือใครจะใช้วิธีการ print Screen จากหน้าจอ PDF เลยก็ได้นะครับ ปรับขนาดของการแสดงผลให้ดูใหญ่ๆเข้าไว้ จะได้มองเห็นชัดๆครับ เมื่อได้ไฟล์รูปแล้วก็เอาไปฝากไว้ตาม Free web ต่างๆหรือใครยังพอมีเนื้อที่ของ Blog ตัวเองเหลือเยอะก็ Up ไว้ที่ Blog ของตัวเองก้ได้ ไม่ว่ากัน จากนั้น เริ่มต้นเขียน Blog ง่ายๆโดยเกริ่นหัวนิดนึง ปิดท้ายนิดหน่อย ให้ Credit เจ้าของข้อมูลเค้า แล้ว พระเอกของเราคือ Insert/Edit image ตัวนี้แหละครับ เอา URL ของ รูปที่เราฝากไว้มาใส่ลงไป แค่นั้นเอง จบ เลย ครับ ง่ายนิดเดียว แต่วิธีผมก็มีปัญหาเหมือนกัน กรณีที่ Free web ที่เราฝากไว้ บางทีต้อง Register ใช้เมลล์ เป็นการก่อให้เกิด Spame mail ครับ อย่างที่สองคือไม่รู้ว่าเค้าจะลบของเราทิ้งเมื่อไหร่นะสิ 30 วันรึป่าว หรือ 60 วัน หรือ Unlimited อันนี้ก่อนจะฝากอ่านดูก่อนนิดนึงนะครับ และประการที่สามคือใครเจอข้อมูลของเราแล้วอยากเอาไปใช้ต่อก็ทำได้ยากครับ มันเป็นรูปภาพที่ Quaily อาจต่ำไปนิดนึง แต่ก็มีทางออกครับ แนบไฟล์ต้นฉบับไปด้วยก็คงพอทนนะครับ หรือถ้าเค้าอยากได้จริงๆๆก็เมลมาขอก็ได้นะครับ เป็นการเช็ค Rating ไปในตัวด้วยครับ

เมื่อวันนี้ผมรนไปหน่อย เห็นว่าได้เวลาเต็มทีแล้ว อาจไม่ได้ให้อะไรมากนะครับ และไม่ได้ demo ให้ดูด้วย เอาไว้รอบต่อไปละกันนะครับ

นม - มัจจุราชเงียบ

Filed under: Health — hazard @ 9:36 am

ใครๆ ก็แนะนำให้ดื่มนม นมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นความจริงที่สำหรับคนเราในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะตอนนั้นข้าวของทุกอย่างแพงหมด เพราะขาดแคลน คนที่มีเงินเท่านั้นจึงจะได้กินดีอยู่ดี ได้รับโปรตีนมากกว่า ทำให้มีสุขภาพดีกว่าคนที่ขาดอาหาร ขาดโปรตีน

แต่ในสมัยนี้มันเปลียนไปแล้ว เพราะคนส่วนมากจะเกิดภาวะการบริโภคเกินซะมากกว่า และที่สำคัญโปรตีนที่คนส่วนใหญ่ได้มา ส่วนหนึ่งก็มาจากการดื่มนมนั่นเอง ในนมมีอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งที่ในนม มีไขมัน โปรตีน และแคลเซียม ไขมันในนมเป็นไขมันจากสัตว์ ซึ่งอุดมไปด้วยโคเลสเตอรอล เป็นไขมันอิ่มตัว เราอุตส่าห์หนีน้ำมันหมู แล้วยังมากินนมเอาโคเลสเตอรอลเข้าไปอีกหรือ คนที่วิจัยเรื่องนี้ ก็คือ The Milk Industry Foundation บอกว่า คนกินนมแล้วเสี่ยงต่อโรคอ้วน บริษัทนมจึงแก้ปัญหาด้วยการทำนมพร่องไขมัน ซึ่งก็ยังมีไขมันเหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง
จากข้อสังเกตที่ว่า คนอเมริกันกินนมเยอะที่สุด และมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินพ่วงตามมาด้วย ผู้ชายอ้วน 27% ผู้หญิง 46% ในขณะที่สถิติเรื่องอ้วนในคนไทยมีแค่ประมาณ 20% ทั้งหญิงและชาย

เรื่องเบาหวานในคนอเมริกันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ขอกระซิบเบาๆ ว่า คนอเมริกันเป็นเบาหวานมากกว่าคนไทย 3 เท่าเชียวนะ สถิติโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ในคนอเมริกันล้วนแล้วแต่สูงกว่าคนไทยทั้งสิ้น น่าแปลกที่ฝรั่งที่มาสอนให้เราดื่มนมป้องกันกระดูกพรุน กลับมีอัตราเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าเราเกือบ 9 เท่า !

จึงมีคนเอะใจว่า การกินอาหารแบบอเมริกันน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราเจ็บป่วยเสียแล้ว และเรื่องนมวัวก็ไม่หลุดรอดจากการตรวจสอบไปได้ ผลจากการตรวจสอบเราพบว่าปัญหาจากนมวัวเกิดเพราะสถานการณ์ต่างๆ ในโลกได้เปลี่ยนไป

สุขภาพคนไทยเปลี่ยนจากทุกขโภชนาการเป็นโภชนาการล้นเกิน

สถานการณ์แรกที่ต้องคิดถึงก็คือ การรณรงค์ให้ดื่มนมวัวเริ่มสมัยหลังสงครามโลกใหม่ๆ สมัยนั้นเป็นสมัยที่คนไทยยังขาดอาหารอยู่ มีภาวะทุโภชนาการอยู่ทั่วไป แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม คนไทยมีอาหารการกินอย่างเหลือเฟือ จนโรคอ้วนถามหากันเป็นทิวแถว การมาส่งเสริมให้ดื่มนมกลับเป็นการซ้ำเติมโรคอ้วนให้แย่ลงไปอีก

มีวิจัยว่า นมวัวเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจหลอดเลือด แม้ว่าคุณจะดื่มนมพร่องไขมันแล้วก็ตาม แต่คำว่าพร่องไขมันในที่นี้ เป็นการเล่นคำ เพราะพร่องไขมันก็คือยังมีไขมันอยู่ แต่น้อยกว่าปกติเท่านั้นเอง

มีการนำเอาเด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่มาตรวจหาระดับไขมันในเลือดดู พบว่าเด็กเหล่านี้ที่ถูกเลี้ยงดูให้กินนมต่างน้ำ มีไขมันสูง ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีสูงถึง 25% อายุ 6-15 ปีมีถึง 70% และระดับไขมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ นั่นหมายความว่าเด็กเหล่านี้เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว เขาก็มีปัญหาไขมันอุดตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นมวัวเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิแพ้ - ไซนัสอักเสบ - หอบหืด

นมวัวเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ และหอบหืดในคนไทยด้วย เพราะว่าพันธุกรรมของคนไทยนั้นมักจะแพ้ต่อนมวัว เคยมีการวิจัยในอาสาสมัครคนไทยที่ให้ดื่มนมวัวแล้วนำมาส่องดูเยื่อบุโพรงจมูกและเยื่อบุลำไส้ พบว่าคนเหล่านี้มีอาการบวมของเยื่อบุโพรงจมูกและลำไส้ถึง 100%

ดื่มนมเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

เนื่องจากนมเป็นสาเหตุที่สำคัญของไขมันในเลือดสูง ดังนั้นนมจึงมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ด้วย ทั้งนี้นิ่วในถุงน้ำดีบางส่วนเกิดจากการที่มีสมดุลของน้ำดีและไขมันผิดปกติ ทำให้น้ำดีตกตะกอนเป็นนิ่วได้

ดื่มนม…มะเร็งอาจถามหา

นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950-1975 หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม นักวิจัยชาวญี่ปุ่นพบว่าคนญี่ปุ่นดื่มนมเพิ่มขึ้น 15 เท่า กินเนื้อสัตว์เพิ่ม 7.5 เท่า ผลก็คือในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้หญิงญี่ปุ่นป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้มากกว่าเดิม 300% ซึ่งตรงกับงานวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกาที่ว่า อาหารไขมันอิ่มตัวสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม

การประชุมกองทุนวิจัยมะเร็งโลก (WCRF) และสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (AICR) ก็มีงานวิจัยการสรุปออกมาเหมือนกันว่านมเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของมะเร็ง แต่ด้วยความเกรงใจบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ ก็เลยมีการแก้ไขถ้อยคำให้รุนแรงน้อยลงหน่อยว่า นมอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็ง

นมไม่ใช่แหล่งอาหารที่ดีที่สุด

การวิจัยว่าการที่ชาวตะวันตกเกิดโรคมากมายมีผลมาจากการดื่มนม 150 ลิตร/ปี หรือเฉลี่ยคือการดื่มนมมากเกิน 1.6 แก้ว/วัน แต่อย่าลืมนะว่าฝรั่งน่ะตัวใหญ่กว่าเรานะ ดังนั้นการออกมารณรงค์ให้คนไทยที่ดื่มนมวันละ 1 แก้วก็นับว่ามากจนเกินไป
จะกินดื่มอะไร ถ้าไม่ให้ดื่มนม(วัว)

มีคนถามว่า ถ้าการดื่มนมวัวน่าจะเกิดโทษมากกว่าเกิดประโยชน์ ถ้าเช่นนั้นเราจะกินดื่มอะไรกันดี

เด็ก นมแม่มีประโยชน์ที่สุด การเข้ามาของผลิตภัณฑ์นม ทำให้แม่ลดการให้นมลูกเองเหลือเพียง 4 % กรณีที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แม่สามารถกลับมาป้อนนมได้ในตอนเย็นและค่ำ หลังจากนั้นปั๊มน้ำนมเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เพื่อให้คนที่บ้านป้อนเด็กในตอนกลางวัน

การให้นมแม่ประหยัดเงินได้มาก ลูกมีภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บป่วยง่าย เด็กที่เติบโตด้วยนมแม่จะอารมณ์ดี

นมวัวมีกรณีให้เลือกสถานเดียว คือกรณีที่แม่ไม่มีน้ำนมพอให้ลูก ก็อาจพิจารณาให้นมวัวที่ปรับสภาพให้ใกล้เคียงนมแม่ ให้ดื่มจนครบ 1 ขวบแล้วให้เลิกเสีย โดยให้กินอาหารอย่างอื่นแทน อีกทางหนึ่งคือ ให้เลี้ยงลูกด้วยนมถั่วเหลือง โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเกิดภูมิแพ้มากขึ้นถ้าให้ดื่มนมวัว

ส่วนเด็กเล็กและเด็กโตกินอาหารธรรมชาติ โดยไม่ต้องดื่มนม แต่ถ้ายังไม่สบายใจ พ่อแม่ก็อาจจะให้ลูกดื่มนมถั่วเหลือง ซึ่งก็มีโปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว ถ้าจะเปรียบเทียบแหล่งโปรตีนแล้ว กินหมูกินไก่ก็ได้โปรตีนทั้งคุณภาพและปริมาณ
- นมวัว 1 แก้ว ให้โปรตีน 8.5 กรัม
- นมถั่วเหลือง 1 แก้ว ให้โปรตีน 7 กรัม
- น่องไก่ 1 ชิ้น ให้โปรตีน 18.8 กรัม

หญิงมีครรภ์ หญิงมีครรภ์ต้องการแคลอรี โปรตีน กรดไขมันจำเป็น แคลเซียม ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามินต่างๆ แต่คุณแม่ต้องรู้ว่าไม่ต้องการสารเหล่านี้เป็น 2 เท่า เพราะเด็กในครรภ์ตัวเล็กกว่าแม่ 15 เท่า ถ้าขืนกินเข้าไปแบบยัดทะนาน ก็รังแต่จะไปพอกพูนที่ตัวแม่ การดื่มนมอย่างมากมายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่อ้วนหลังคลอด

แคลอรีที่ดีต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้องซึ่งจะใช้เป็นเรี่ยวแรงได้อย่างหมดจด
โปรตีน ถ้ากินไก่ ไข่ หมู กุ้ง ปลา ก็ได้โปรตีนเพียงพอ สามารถดื่มนมถั่วเหลือง และข้าวกล้องก็ให้โปรตีนด้วย
- เนื้อไก่ส่วนอก 1 ชิ้น (100 กรัม) ให้โปรตีน 11 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้โปรตีน 10 กรัม
- ปลา 1 ชิ้น (100 กรัม) ให้โปรตีน 21 กรัม
- หมูเนื้อแดง 1 ขีด ให้โปรตีน 14 กรัม
- เต้าหู้ 100 กรัม ให้โปรตีน 13.3 กรัม
- นมถั่วเหลือง 1 แก้ว ให้โปรตีน 7 กรัม
- ข้าวกล้อง 2 ทัพพี ให้โปรตีน 15.6 กรัม

แคลเซียม อาหารไทยมีแคลเซียมมากมายไม่ต้องพึ่งนมวัว เช่น กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลากรอบ มีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านม 13-23 เท่า ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์กินเต้าหู้วันละ 1 แผ่น กับกุ้งชุบแป้งทอดวันละ 1 ชิ้น เท่ากับได้ดื่มนมวันละ 2 แก้ว

ธาตุเหล็ก ใช้สร้างเม็ดเลือดแดง เราได้รับจากเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ถั่วงอก ผักบุ้ง ผักใบเขียว

กรดโฟลิก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และสำคัญในการพัฒนาระบบประสาท มีมากในผักใบเขียว แคนตาลูป แครอท ตับ ไข่แดง ฟักทอง ถั่วต่างๆ

วิตามิน เกลือแร่ และสารผัก ช่วยจรรโลงขบวนการเคมีทั้งในแม่และทารก ช่วยเสริมภูมิต้านทาน เป็นฮอร์โมนเสริมสำหรับบำรุงครรภ์ มีในผักสด ผลไม้ต่างๆ ต้องรู้จักกินผักให้หลากหลาย ผักพื้นบ้าน เครื่องแกง เครื่องสมุนไพรต่างๆ

กรดไขมันจำเป็น ช่วยเสริมระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ให้ทำงานดี ทำให้ผิวพรรณผ่องใส มีอยู่ในน้ำมันปลา น้ำมันดอกพริมโรส น้ำมันเมล็ดฝ้าย

ถ้าคุณแม่ต้องการดื่มนม ให้ดื่มนมถั่วเหลือง พร้อมโรยงาดำคั่ว วันละ 1-2 แก้ว ก็จะได้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมเพียบพร้อม

สำหรับสตรีวัยทอง และผู้สูงอายุ ที่เสี่ยงต่อโรคกระดูกผุ เป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์นมแคลเซียมสูง สำหรับอาหารไทยเรา มีแคลเซียมอยู่มากมายดังเช่น ปลาร้าผง กุ้งแห้งตัวเล็ก กะปิเคย งาดำคั่ว กุ้งฝอยน้ำจืด ถั่วแดงหลวง ใบชะพลู มะขามฝักสด แคยอดอ่อน ผักกระเฉด สะเดายอดอ่อน เม็ดบัวดิบ ถั่วเน่าแห้ง เต้าหู้ขาวอ่อน ผักคะน้า ถั่วเหลือง ปลาไส้ตัน จะเห็นได้ว่าถ้าขยันกินอาหารไทยๆ จะไม่ขาดแคลเซียมทั้งคนทั่วไป และผู้สูงอายุเลิกดื่มนม(วัว)เสียแต่วันนี้ ร่างกายแข็งแรง ไร้โรคภัยแน่นอน

ขอบคุณ Lady Trip จ้า

มิถุนายน 19, 2008

ชื่อของคุณในภาษาเกาหลี

Filed under: 5Hi — hazard @ 9:26 pm

1.First Name :ชื่อเเรก ของคุณคือตัวเลขตัวสุดท้ายของปีเกิดของคุณ สมมุติว่าคุณ
เกิดปี 1988 (ขอเป็น ค.ศ นะครับ) first name ของคุณก้คือ Sung ( 8 จาก 1988)
- 0: Park    ปาร์ค
- 1: Kim     คิม
- 2: Shin    ชิน
- 3: Choi    ซอย
- 4: Song   ซอง
- 5: Kang   คัง
- 6: Han    ฮัน
- 7: Lee     ลี
- 8: Sung   ซุง
- 9: Jung    จอง   

2.  Second Name :ชื่อกลางของคุณดูได้จากเดือนเกิดของคุณ สมมุติถ้าเกิดเดือนตุลาคมก้จะมีชื่อ กลางว่า Eun
- 1: Yong  ยอง
- 2: Ji       จี
- 3: Je      เจ
- 4: Hye    เฮ
- 5: Dong  ดง
- 6: Sang  ซัง
- 7: Ha      ฮา
- 8: Hyo    เฮียว
- 9: Soo    ซู
- 10: Eun    อึน
- 11: Hyun  ฮุน
- 12: Rae   แร   

3.  นามสกุลของคุณดูได้จากวันที่วันเกิดของคุณ ถ้าคุณเกิดวันที่ 9 นามสกุลคุณก็คือ Jae
- 1: Hwa     ฮวา
- 2: Woo     วู
- 3: Joon     จุน
- 4: Hee      ฮี
- 5: Kyo      เคียว
- 6: k y ung   เคียง
- 7: Wook   วุค
- 8: Jin       จิน
- 9: Jae      แจ
- 10: Hoon  ฮุน
- 11: Ra     รา
- 12: Bin    บิน
- 13: Sun    ซอน
- 14: Ri       ริ
- 15: Soo    ซู
- 16: Rim    ริม
- 17: Ah      อา
- 18: Ae     เอ
- 19: Neul  นึล
- 20: Mun   มุน
- 21: In      อิน
- 22: Mi      มิ
- 23: Ki       กิ
- 24: Sang  ซัง
- 25: Byung  บุง
- 26: Seok   ซุค
- 27: Gun     กัน
- 28: Yoo     ยู
- 29: Sup    ซบ
- 30: Won   วอน
- 31: Sub    ซอบ

ถูกใจท่านที่กำลีงหลงไหลซีรี่เกาหลีอ่ะสิทีนี้ ของผมได้เป็น Choi Dong Sub ซอย ดง ซอบ เพราะไม๊ครับ อิอิอิ คนเกาหลีหนอช่างคิดจริงๆๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องจริงรึป่าว ถ้าเป็นบ้านเรา ก็มีหนิ อย่างเช่นเกิดตอนวันที่ 1 ม.ค. เค้าก็จะ ตั้งว่า ใหม่ ยังไงละ เกิดวันวิสาขบูชา เค้าก็ตั้งว่า วันวิสา แต่ไม่ได้เอามาเปรียบเทียบอย่างละเอียด เหมือนคนเกาหลี แค่นั้น เอง ไป ละ ครับ ………….. สงสัยยังกลับบ้านไม่ได้แน่ เลย ฝนตกไม่หยุดซักที อยู่มหาลัยครับ เซ็งเลย สามทุ่มครึงแล้วสิ อยาก นอนแล้วครับ ดูแลสุขภาพทุกคนนะครับ

ข้อมูลจากชายทะเลคลับครับผม

Next Page »

Powered by WordPress