แวะกำ

พฤศจิกายน 5, 2008

ดูดาวผ่านยุคไฮเทคกับ Worldwide Telescope (WWT)

Filed under: Education — hazard @ 10:10 pm

ขอนำทุกท่านย้อนกลับสู่ความทรงจำในอดีตสมัยที่เรียนวิชาสร้างเสริมประสบการชีวิตในระดับชั้นประถมนะครับ มีบทหนึ่งที่พูดถึงเรื่องดวงดาว ดาราศาสตร์ เป็นต้นว่าระบบสุริยจักรวาล กาแล็กซี่ ทางช้างเผือกอะไรพวกนั้น คิดว่าน่าจะจำกันได้ดีนะครับ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ศึกษาจากจากหนังสือ  รูปภาพ แทบทั้งสิ้น ดีขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเป็นแบบจำลองเป็นรูปสามมิติ จับต้องได้ และต้องอาศัยจินตนการส่วนตัวหรือความสามารถเฉพาะตัวถึงจะเรียนวิชานี้ได้รู้เรื่องบ้าง แต่จะมีซักกี่คนที่เคยมีโอกาสสัมผัสกับการมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วจ้องมองดวงดาวเล็กใหญ่ เปล่งแสงระยิบระยับบนฟ้าอันแสนไกล นานๆทีก็อาจเห็นเป็นดาวหางบ้าง ดาวตกบ้าง หรือพายุฝนดาวตก ซึ่งหาดูได้ยากยิ่งนัก ล่าสุดก็เพิ่งผ่านพ้นไปกับปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างสุริยุปราคาเต็มดวงที่สามารถเห็นได้ชัดในหลายๆพื้นที่เลยก็ว่าได้ซึ่งนานๆจะมีให้เห็นทีนะครับ แต่ตอนนี้ใครจะรู้มั้งว่า การที่เราจะศึกษาดาราศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไปแล้วละครับ ล่าสุดมีโปรแรมตัวหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราสามารถดูดาวได้ผ่านทาง Internet แล้ว เจ๋งมาเลย ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าผมโม้รึเปล่า ถ้าอย่างนั้นแล้วจะรอช้าอยู่ทำไมละครับ สิ่งนี้เรียกว่า “Worldwide Telescope (WWT)“ เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปตัวหนึ่งที่สามารถทำให้เราเห็นดวงดาวทั้งหลายได้ชัดเจนและใกล้ชิดยิ่งขึ้นครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงภาพนิ่งนะครับแต่เป็นภาพนิ่งที่สามารถซูมเข้าออกเพื่อดูรายละเอียดได้หลายเท่าตัว ดูแสงสีของดาวแต่ละดวงที่เราสนใจได้ครับ ที่สำคัญการนำเสนอแบบนี้เป็นการสร้างความดึงดูดให้เราหรือวัยกำลังศึกษาอย่างน้องประถมได้ดียิ่งขึ้น ไม่น่าเบื่อและดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ลักษณะการทำงานอย่างคร่าวๆก็จะเหมือน Google Earth เลยครับ เจ้าของก็ไม่ใช่ใครไกลหรอกครับ ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft นี่แหละครับ รู้จักกันดีใช่ไม๊ละ เราใช้ผลิตภัณฑ์ของเค้าเยอะ ที่สำคัญใช้ฟรีด้วยครับ ไม่ต้องมีกล้องดูดาวเป็นของตัวเองอีกต่างหาก และ  Microsoft เองเค้าก็มั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ในอนาคตว่ากันว่าเจ้า WWT นี้เป็นผลจากการพัฒนาของฝ่ายวิจัยไมโครซอฟท์ ใช้ภาพระบบจักรวาลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของศูนย์สังเกตการณ์ Chandra X-Ray Observatory Center และสำนักงาน Sloan Digital Sky Survey และอื่นๆ                ผมมีคำพูดของคุณบิลเกต ด้วย เค้าพูดว่า “บริการ  World Wide Telescope คือเครื่องมือที่มีประโยชน์มากต่อวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ เป็นบริการที่ทำให้ประชากรโลกทุกคนสามารถสำรวจจักรวาลได้ตามใจชอบ” เราสามารถชมดาวผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยต้องทำการติดตั้งโปรแกรมสำหรับดูดาว ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีที่ www.worldwidetelescope.org หรือ ตามนี้ URL นี้เลยครับhttp://www.worldwidetelescope.org/experienceIt/ExperienceIt.aspx?exp=true ขนาดไฟล์ประมาณ 20 MB กว่าๆเองครับ ถ้าใช้อินเตอร์เน็ต 56 kbps ก็อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือถ้าเร็วขึ้นมาหน่อย ADSL 512 Kbps ประมาณ 10 นาทีครับ สำหรับความต้องการขั้นต่ำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้  WWT ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ Internet นะครับ ต้องมี ไม่อย่างนั้นจะเล่นไมได้เลยนะครับ ส่วนรายละเอียดขั้นต่ำของเครื่องมีดังนี้ครับ OS : Microsoft® XP SP2 หรือ Windows® Vista®, CPU : Intel Core 2 Duo 2 GHz หรือสูงกว่า, 1 GB of RAM, Graphic card: 3D Accelerated 128 MB RAM หรือ Discrete card 256 MB VRAM, Hard disk : มีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 1 GB, Display : XGA 1024 x 768, Input : Scrolling Mouse Environment : Microsoft® DirectX® version 9.0c and .NET Framework 2.0 และสุดท้าย Internet 56 Kbps หรือสูงกว่า

 หลังจากที่ทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งได้แล้วก็มาถึงขั้นตอนการติดตั้งลงไปในเครื่องนะครับ ก่อนอื่นเราต้องตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานข้อหนึ่งของระบบก่อน นั่นคือ .NET Framework 2.0 หรือ Version ที่สูงกว่านะครับ สามารถตรวจสอบได้โดยเข้าไปดูที่ Control Panel - - > Add Or Remove Programs เลือกที่ Change Or Remove Programs ตามรูปที่ 1 ส่วนวิธีการติดตั้งก็ไม่มีอะไรยากเลยครับ เหมือนกับการติดตั้งโปรแกรมทั่วไปเลยครับ จะมีขั้นตอนหนึ่งที่โปรแกรมจำเป็นต้องติดตั้ง DirectX ตามรูปที่ 2 ด้วยนะครับซึ่งมากับ Windows อยู่แล้วไม่ต้องตกใจนะครับ

รูปที 1 การตรวจสอบ .NET Compact Framework

รูปที 2 Direct X หลังจากติดตั้งแล้วมาเล่นกันเลยครับ การใช้หลังจากเรียกโปรแกรม WWT รูปที่ 3 ขึ้นมาแล้วการใช้งานก็แสนจะง่ายเนื่องจาก Microsoft ได้ออกแบบ GUI มาให้ง่ายต่อการใช้งานมีลักษณะเป็นรูปภาพแยกเป็นหมวดหมู่ได้เลย เพียงแค่ใช้ Mouse ตัวเดียวก็เกินพอแล้วครับ ยิ่งถ้าได้ Mouse ตามที่โปรแกรมต้องการคือสามารถ Scroll ได้ด้วยละก็แจ่มเลยครับทำให้เราสามารถซูมเข้าออกได้อย่างง่ายดาย หน้าตาโปรแกรม ตามรูปที่ 4 ครับ ลองเลือกดาวมาซักดวงแล้วลองเล่นดูครับ

และแล้ว WWT ถือว่าเป็นการหนึ่งในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง การศึกษาดาราศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อาจกลายเป็นการสร้างจุดดึงดูดให้คนหันมาให้ความสนใจอีกทางหนึ่งและช่วยให้การศึกษาเป็นไปอย่างกว้างขวางมากขึ้นเนื่องจากเป็นการใช้ช่องทางของเทคโนโลยี Internet แถมยังเป็นการช่วยลดความน่าเบื่อลงได้ เพราะว่ามีสีสันและง่ายต่อการใช้งานครับ                          

รูปที 3 เรียกใช้งาน WWT

 รูปที 4 Menu หน้าแรก ของ WWT

กันยายน 11, 2008

10 ศัพท์อวกาศหลุดโลก

Filed under: Education — hazard @ 7:59 am

เมื่อวานที่เค้ามีการทดลองการเกิดของโลกกัน วันนี้เลยหยิบเอามาให้อ่านกัน ตามกระแสนะครับ เชื่อว่าหลายคำที่เคยได้ยินผ่านหูและหลายคำอาจยังไม่รู้จัก มะ มาอ่านกันเลยครับ

หลังจากที่รัสเซียส่งดาวเทียม “สปุตนิก 1″

ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของมนุษย์ออกไปโคจรรอบโลกเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2500 “ยุคอวกาศ” ก็ได้เริ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของการตะลุยอวกาศของมนุษยชาติ มาเรียนรู้คำศัพท์ที่พาเราท่องออกไปนอกโลกกันเถอะ

1.อวกาศ (Deep space/Outer space)

อวกาศหมายถึงพื้นที่ว่างของเอกภพที่อยู่เหนือออกไปจากชั้นบรรยากาศ โดยยิ่งสูงความหนาแน่นของอากาศยิ่งลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าอวกาศว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเพราะยังคงมีอนุภาค ต่างๆ อยู่อย่างเบาบาง อย่างไรก็ดีไม่มีการแบ่งขอบเขตระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกกับอวกาศที่ชัดเจน หากแต่ทางสมาพันธ์กีฬาทางอากาศนานาชาติหรือเอฟเอไอ (Federation Aeronautique Internationale: FAI) ได้กำหนด “เส้นคาร์มัน” (Karman line) เพื่อใช้แบ่งการบินภายในโลกกับการบินในอวกาศ ซึ่งเส้นดังกล่าวมีความสูง 100 กิโลเมตร

2.บิ๊กแบง (Big Bang)

บิกแบงคือฤษฎีจักรวาลวิทยาว่าด้วยการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อ 1.37 หมื่นล้านปี นำเสนอเมื่อปี 2470 โดยยอร์จ เลอแมตร์ (Georges LeMaitre) นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม ซึ่งถือเป็นทฤษฎีกำเนิดเอกภพที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด โดยนักวิทยาศาสตร์พยายามหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการระเบิดครั้งนั้น ซึ่งมีการค้นพบรังสีที่เกิดขึ้นหลังบิ๊กแบง 300,000 ปี นับเป็นการขยับใกล้ร่องรอยจุดกำเนิดเอกภพ

การหาหลักฐานเพื่อยืนยันทฤษฎีนี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยเป้าหมายต่อไปคือการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงซึ่งตามทฤษฎีระบุว่าเกิดขึ้นพร้อมบิ๊กแบง

นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีนี้คือ “แบบจำลองฟรีดมันน์” (Friedmann Model) ซึ่งนำเสนอโดยอเล็กซานเดอร์ ฟรีดมันน์ (Alexander Friedmann) นักจักรวาลวิทยาและนักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย

3.ซูเปอร์โนวา (Supernova)

ซูเปอร์โนวาคือการระเบิดอย่างรุนแรงของดาวฤกษ์มวลสูงเมื่อความโน้มถ่วงของดาวมีมากจนเกิดการยุบตัวโดยฉับพลัน

ทั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากไฮโดรเจนที่แกนกลางของดาวหมดลงซึ่งทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ของดาวสิ้นสุดลงด้วย จากนั้นดาวฤกษ์ก็จะหดตัวเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของดาวเองและผ่านช่วงการเป็นดาวยักษ์แดง (red giant) ที่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ของไฮโดรเจนที่เปลือกของดาวอยู่หลายครั้งทำให้เกิดธาตุหนักที่แกนกลางของดาว จนที่สุดดาวฤกษ์ไม่สามารถผลิตธาตุหนักต่อไปได้จึงเกิดการระเบิดดังกล่าวเนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่ทำให้ดาวยุบตัวกระทันหัน

หากดาวฤกษ์มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 8-10 เท่าของดวงอาทิตย์จะเหลือใจกลางกลายเป็นดาวนิวตรอน (neutron star) หรือพัลซาร์ (pulsar) ที่มีขนาดเพียง 10-20 กิโลเมตร แต่มีอุณหภูมิสูงถึง 1.1 ล้านเคลวิน แต่หากดาวฤกษ์มีมวลมากกว่านี้หลังการระเบิดแล้วจะยุบตัวกลายเป็นหลุมดำ

4.หลุมดำ (Black Hole)

หลุมดำคือวัตถุในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาลและไม่มีสิ่งใดเล็ดรอดจากแรงดึงดูดนั้นได้หากผ่านเข้าไปยัง “ขอบฟ้าเหตุการณ์” (Event horizon) ของหลุมดำแล้ว ทั้งนี้วัตถุดังกล่าวเกิดจากการยุบตัวของดาวฤกษ์ที่มีมวลมากหลังการระเบิดเนื่องจากถูกดึงด้วยแรงโน้มถ่วงเมื่อเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของดาวหมดลง อย่างไรก็ดีสามารถตรวจจับได้หากหลุมดำทำอันตรกิริยาหรือถ่ายโอนพลังงานระหว่างอนุภาคกับสสารที่อยู่นอกขอบฟ้าเหตุการณ์ อาทิ การเคลื่อนที่ของก๊าซในดวงดาวที่โคจรอยู่รอบๆ ซึ่งก๊าซจะหมุนวนอยู่ภายในและมีอุณหภูมิสูงขึ้น รวมทั้งปลดปล่อยรังสีออกมา

5.การเลื่อนไปทางสีแดง (Redshift)

การเลื่อนไปทางสีแดงหรือเรดชิฟต์เป็นปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ (Doppler effect) ทางดาราศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงความยาวคลื่นไปทางความยาวของคลื่นแสงสีแดง แสดงถึงการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกห่างจากผู้สังเกตโดยมากหมายถึงคลื่นแสง ซึ่งจากการบนโลกแล้วพบปรากฏการณ์นี้เป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเอกภพกำลังขยายตัวและเคลื่อนที่ออกห่างจากโลก

อย่างไรก็ดีแม้การเปลี่ยนแปลงความยาวคลื่นจะไม่อยู่ในย่านแสงสีแดงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ความยาวคลื่นเพิ่มขึ้นก็ยังคงเรียกว่า “เรดชิฟต์” ในทางตรงกันข้ามหากแหล่งกำเนิดแสงเคลื่อนที่เข้าหาผู้สังเกตก็จะพบการเปลี่ยนแปลงของความยาวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสั้นลง เรียกปรากฏการณ์หลังว่า “บลูชิฟต์” (Blue shift)

6.จักรวาลพองตัว (Cosmic Inflation)

ทฤษฎีว่าด้วยการพองตัวของจักรวาลเสนอขึ้นเมื่อปี 2524 โดยอลัน กูธ (Alan Guth) นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นแนวคิดว่าเอกภพในยุคเริ่มต้นนั้นได้ผ่านระยะขยายตัวจากการผลักด้วยความหนาแน่นพลังงานของความดันสุญญากาศที่เป็นลบ (negative-pressure vacuum energy density) โดยเอกภพที่สังเกตได้นั้นมีจุดเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่ติดต่อกัน ทั้งนี้สันนิษฐานว่าต้นเหตุของการพองตัวนั้นเกิดจากอนุภาคหรือสนามที่เรียกว่า “อินเฟลตอน” (Inflaton)

7.พลังงานมืด/สสารมืด (Dark Energy/Dark Matter)

พลังงานมืด(Dark Energy) คือพลังงานที่นักดาราศาสตร์ยังไม่รู้จักดีนักแต่สันนิษฐานว่าแพร่กระจายไปทั่วที่ว่างในอวกาศและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราเร่งของการขยายตัวของเอกภพ

ทั้งนี้สันนิษฐานถึงการมีอยู่ของพลังงานมืดนั้นเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในการอธิบายสิ่งที่การสังเกตของนักดาราศาสตร์เร็วๆ นี้ว่าเอกภพกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่ง จากแบบจำลองมาตรฐานทางจักรวาลวิทยาประมาณว่ามีพลังงานมืดอยู่ในเอกภพถึง 70%

นอกจากนี้ยังมีสสารมืด (Dark Matter) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบถึงองค์ประกอบของสสารดังกล่าว ทราบเพียงว่าสสารนี้ปลดปล่อยหรือสะท้อนการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาน้อยเกินกว่าจะสังเกตได้โดยตรง แต่อนุมานการมีอยู่ของสสารนี้ได้จากผลของความโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นกับสสารที่สังเกตได้

8.พหุภพ/เอกภพ (Multiverse/Universe)

จากความเข้าใจว่าเอกภพ (Universe) มีเพียงหนึ่งเดียว ปัจจุบันมีทฤษฎีที่เสนอว่าอาจมีหลายเอกภพรวมกันเป็น “พหุภพ” (Multiverse) โดยโครงสร้างของพหุภพทั้งธรรมชาติของแต่ละเอกภพที่อยู่ภายในและความสัมพันธ์ระหว่างเอกภพซึ่งมีองค์ประกอบที่หลากหลายนั้นขึ้นอยู่สมมติฐานเฉพาะของพหุภพที่ได้รับการพิจารณา นักฟิสิกส์บางคนก็เชื่อว่าพหุภพไม่มีขอบเขต บ้างก็ว่าพหุภพประกอบขึ้นจากเอกภพซึ่งสร้างขึ้นจากการชนกันของชั้นบางๆ ภายในอวกาศที่มี 11 มิติ

9.เอกภพคู่ขนาน (Parallel Universe)

เอกภพคู่ขนานในจินตนาการของนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีหรือนิยายไซ-ไฟนั้นหมายถึงการมีอยู่ของโลกหนึ่งซึ่งมีเราอีกคน

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจมีเอกภพคู่ขนานอยู่มหาศาลซึ่งเอกภพเหล่านั้นประกอบด้วยกาล-อวกาศและสสารที่แปลกประหลาด หรืออาจมีกฎทางฟิสิกส์และค่าคงที่ต่างๆ เหมือนเอกภพที่เราอยู่แต่ไม่สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงกันได้ บางแนวคิดระบุว่ามีเอกภพคู่ขนานที่อยู่ห่างจากเราไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทั้งนี้เอกภพคู่ขนานก็คือเอกภพที่หลากหลายภายในพหุภพ

10.รังสีพื้นหลังของเอกภพ (Cosmic Microwave Background: CMB)

รังสีพื้นหลังของเอกภพหรือ CMB เป็นการแผ่รังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเอกภพซึ่งแพ่ออกมาทุกทิศทุกทางในอวกาศมีอุณหภูมิราว 2.73 เคลวิน เชื่อว่าเป็นคลื่นพลังงานที่หลงเหลือมาจากความร้อนของเอกภพหลังการเกิดบิ๊กแบง (Big Bang) ได้ราว 300,000 ปี

CMB ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2508 โดย อาร์โน อัลลัน เพนซิอัส (Arno Allan Penzias) และโรเบิร์ต วูโดร์ว วิลสัน (Robert Woodrow Wilson) 2 นักฟิสิกส์อเมริกันจากห้องปฏิบัติการเบลล์ (Bell Labs) สหรัฐอเมริกา การค้นพบดังกล่าวทำให้องค์การบริการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) ได้ส่งดาวเทียม COBE (Cosmic Background Explorer) ขึ้นไปตรวจวัดรังสีดังกล่าวและได้ค้นพบความไม่สม่ำเสมอของรังสีที่แผ่กระจายทั่วอวกาศ

เห็นรึยังละครับ ถึงแม้เคยได้ยินผ่านหู แต่อาจไม่รู้ลึกถึงรายละเอียดของมันนะครับ

ข้อมูลจาก ชายทะเลครับ

มิถุนายน 26, 2008

มานี มานะ เล่ม หนึ่ง

Filed under: Education — hazard @ 8:36 pm

 

ไม่ต้องแปลกใจนะครับที่เข้ามาอ่านหัวข้อนี้ เข้าใจถูกแล้วครับ อ่านถูกแล้วครับ มานี มานะ เชื่อว่า ปัจจุบันนี้จะหาได้ยากมากๆๆๆๆ แน่ๆๆ ผมไปเจอมาจากที่อื่น ตั้งใจเอามาแบ่งปัน มีลูก ให้ลูกดู มีหลานให้หลานดูครับ ตัวละครพวกนี้ผมว่า อมตะมาก ใครลืมบทไหนไปก็กลับไปอ่าน ลำลึกความหลังกันนะครับ

http://www.tempf.com/getfile.php?fileke … cation/pdf
หรือ
http://mihd.net/13nwpjs
หรือ
http://upload.manyfile.com/get.php?6511 … 48d49ab4,3

ผมเอาไปแจกหลายๆที่แล้ว เผื่อมีใครต้องการครับผม

มิถุนายน 23, 2008

CAT KM Blog Training

Filed under: Education — hazard @ 2:42 pm

เอกสารประกอบการบรรยายครับผม ในส่วนของ แวะกำ นะครับ เป็น Powerpoint และ PDF File เพื่อความสวยงามในการนำเสนอไฟล์แบบ Powerpoint กรุณาติดตั้ง Font ที่เครื่องท่านด้วยครับ ผมแนบ Font มาด้วย ชื่อ Chulanarak ครับ สวยครับ

โหลดได้เลยที่นี่ครับ

Link 1

Link 2

Link 3

Link 4

ผมขอกล่าวแบบย่อๆๆถึง technic ที่ผมใช้อยู่ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่ผมพุดใน Slide นะครับ
สิ่งที่ต้องใช้ ได้แก่ MS Word, PDF Creator, Paint, Acrobat Reader และ Picture viewer ที่สำคัญคือ Font งามๆๆจ้า ใน Slide ไม่ได้กล่าวถึงครับ Concept คือ wordpress เองไม่มี Tools ให้เราเล่นอะไรได้มากมาย หรือมีแล้วผมเองหาไม่เจอ หรือ ผมเองใช้ไม่เป็นก็ไม่ว่ากันนะ ดังนั้นแล้ว การที่จะให้ Blog ของเราออกมาสวยงาม น่าเข้าแวะชมแล้วละก็ คงเป็นการยากแน่ๆ ผมเลยใช้เทคนิคที่ว่าทำสิ่งที่ต้องการนำเสนอในเอกสาร Word ก่อน ใส่สี ใส่ รูปแบบ ใส่ ภาพ เล่น Font ให้สะใจไปเลย แล้วจากนั้น Save เป็น .doc ไว้ เผื่อเอาไว้ใช้งานภายหลัง ต่อจากนั้นแล้วทำการ convert .doc — > PDF ครับ จริงๆๆขั้นตอนนี้สามารถใช้วิธีการ Print Screen จากหน้าจอเลยก็ได้ แต่ที่ผมให้ทำเป็น PDF ก่อนเพื่อเลี่ยงปัญหาการสะกดคำผิดคำถุกของเจ้า MS Word ครับ เมื่อเราได้ PDF มาแล้วก็เปิดด้วย Acrobat Reader เจ้าตัวนี้เค้ามี Tool อยู่ 2 ตัว คือ Snapshot กับ Select เพื่อจะเอา 1 หน้าเอกสารไปทำเป็นไฟล์รูปภาพ หรือใครจะใช้วิธีการ print Screen จากหน้าจอ PDF เลยก็ได้นะครับ ปรับขนาดของการแสดงผลให้ดูใหญ่ๆเข้าไว้ จะได้มองเห็นชัดๆครับ เมื่อได้ไฟล์รูปแล้วก็เอาไปฝากไว้ตาม Free web ต่างๆหรือใครยังพอมีเนื้อที่ของ Blog ตัวเองเหลือเยอะก็ Up ไว้ที่ Blog ของตัวเองก้ได้ ไม่ว่ากัน จากนั้น เริ่มต้นเขียน Blog ง่ายๆโดยเกริ่นหัวนิดนึง ปิดท้ายนิดหน่อย ให้ Credit เจ้าของข้อมูลเค้า แล้ว พระเอกของเราคือ Insert/Edit image ตัวนี้แหละครับ เอา URL ของ รูปที่เราฝากไว้มาใส่ลงไป แค่นั้นเอง จบ เลย ครับ ง่ายนิดเดียว แต่วิธีผมก็มีปัญหาเหมือนกัน กรณีที่ Free web ที่เราฝากไว้ บางทีต้อง Register ใช้เมลล์ เป็นการก่อให้เกิด Spame mail ครับ อย่างที่สองคือไม่รู้ว่าเค้าจะลบของเราทิ้งเมื่อไหร่นะสิ 30 วันรึป่าว หรือ 60 วัน หรือ Unlimited อันนี้ก่อนจะฝากอ่านดูก่อนนิดนึงนะครับ และประการที่สามคือใครเจอข้อมูลของเราแล้วอยากเอาไปใช้ต่อก็ทำได้ยากครับ มันเป็นรูปภาพที่ Quaily อาจต่ำไปนิดนึง แต่ก็มีทางออกครับ แนบไฟล์ต้นฉบับไปด้วยก็คงพอทนนะครับ หรือถ้าเค้าอยากได้จริงๆๆก็เมลมาขอก็ได้นะครับ เป็นการเช็ค Rating ไปในตัวด้วยครับ

เมื่อวันนี้ผมรนไปหน่อย เห็นว่าได้เวลาเต็มทีแล้ว อาจไม่ได้ให้อะไรมากนะครับ และไม่ได้ demo ให้ดูด้วย เอาไว้รอบต่อไปละกันนะครับ

มิถุนายน 18, 2008

ระบบสุริยะเหลือดาว 8 ดวง ปลด”พลูโต”เป็นเพียง”พลูตอยส์”

Filed under: Education — hazard @ 3:47 pm

มาเรื่องดวงดาว ดาราศาตร์กันบ้างนะครับ คงจำกันได้นะว่า ตอนนั้น เรียน สปช.(สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) น่าจะใช่แหละครับ บทที่เค้าพูดถึงระบบสุริยะจักรวาล และให้ท่อง ออกสอบด้วย เรียงลำดับ ใกล้ไกล ดวงอาทิตย์ เขียนขนาดด้วย เรียง ขนาดอีกทีนึง เรารู้กันว่า ในระบบสุริยจักรวาลของเรานี้ประกอบด้วย ดาวที่เป็นบริวารอยู่ทั้งหมด 9 ดวงที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่มาวันนี้ มันไม่ใช่แล้วครับ เค้าบอกว่าปลดออก เหลือ8 ดวงแล้ว ดวงสุดท้ายที่เล็กที่สุดและอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดคือ ดาวชื่อ พลูโต ตอนนี้เค้าบอก ลดระดับลงแล้ว ให้เป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ “พลูตอยส์” เหมือนผมเลย บางทีเพื่อนมักจะเรียกว่าแคระครับ ไม่ถือครับ ไม่ว่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนจะลดระดับผมลงเป็นไม่ใช่เพื่อนนะครับ กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ สหภาพดาราศาสตร์นานาชาติเพิ่งลงมติที่การประชุมที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ไปเมื่อไม่นานนี้  โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นักดาราศาสตร์ได้ถอดพลูโตออกจากสถานะเป็นดาว และมาอยู่ในฐานะเป็นดาวเคราะห์แคระแทน สำหรับพลูตอยส์นั้นมีอยู่เพียง 2 ดาว คือ พลูโตและอีริส ดาวทั้งสองโคจรรอบดวงอาทิตย์และมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์ แต่ใหญ่พอที่จะมีระดับของแรงดึงดูด ทำให้มีทรงกลมคล้ายกับผลส้ม และพลูตอยส์จะต้องอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าเนปจูน
         เมื่อ พ.ศ.2546 นักวิทยาศาสตร์พบดาวอีริส ซึ่งมีรูปร่างใหญ่กว่า จะอยู่ไกลดาวอาทิตย์กว่าพลูโต การค้นพบครั้งนี้ทำให้พลูโตถูกลดสถานะมาเหลือเพียงดาวเคราะห์แคระ นักดาราศาสตร์คาดว่า ในอนาคตจะพบพลูตอยส์เช่นนี้อีก
เมื่อมีการลดสถานะ นักดาราศาสตร์มีการประชุมกันถึงชื่อของดาวเคราะห์แคระ ซึ่งนางแคตเธอรีน ซีซารสกี้ นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า ตอนแรกจะใช้ชื่อว่า “พลูตอน” แต่นักธรณีวิทยานำชื่อนี้ มาใช้แล้ว เอาละครับนับแต่นี้ต่อไป ดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลจึงเหลือเพียง 8 ดวง คือ ดาวพุธหรือเมอร์คิวรี่ ดาวศุกร์หรือวีนัส โลกหรือเอิร์ธ ดาวอังคารหรือมาร์ส ดาวพฤหัสหรือจูปิเตอร์ ดาวเสาร์หรือแซตเทิร์น ดาวมฤตยูหรือยูเรนัส ดาวเกตหรือเนปจูน ส่วนดาวเคราะห์แคระหรือพลูตอยส์ คือ พลูโตและอีริส อย่างนี้ตำราเรียนต้องเปลี่ยนใหม่แน่ๆๆเลยสิ อย่างว่าแหละครับ ทุกอย่างล้วนอนิตจัง ขนาด ดวงเคราะห์ยังต้องมีอันโดนลดระดับลง เป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ นับประสาอะไรกับชีวิตอย่างเรานะครับ ว่าไม๊ ดังนั้น ก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดละกันนะครับ อย่าไปหวังว่าพรุ่งนี้ก่อนค่อยทำ ไม่ต้องดีกว่า ทำมันตอนนี้แหละ เพราะพรุ่งนี้ยังไม่รู้ลยว่าจะเป็นยังไงบ้าง จบละครับ

ข้อมูลจาก http://www.tlcthai.com

เพิ่มเติมครับ คำจำกัดความของคำว่า ดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระ

ดาวเคราะห์ คือ  เทหวัตถุที่จะต้องมีมวลมากพอที่จะก่อให้เกิดแรงโน้มถ่วงซึ่งสามารถส่งผลให้รูปร่างโดยธรรมชาติของเทหวัตถุนั้นเกือบเป็นทรงกลม และเทหวัตถุดังกล่าวจะต้องมีเส้นทางวงโคจรที่ชัดเจนเป็นของตนเอง รวมทั้งไม่มีเทหวัตถุอื่นกีดขวางอยู่ในวงโคจรดังกล่าวด้วย

ดาวเคราะแคระ เป็นวัตถุที่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ มีมวลมากพอที่จะทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่ทำให้วัตถุเกิดรูปร่างกลมได้ มีวงโคจรไม่ชัดเจนกับวัตถุข้างเคียง และไม่เป็นบริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น หรือเป็นบริวารของวัตถุท้องฟ้าอื่นใด

จะเห็นว่าคำนิยามของดาวเคราะห์แคระจะต่างจากนิยามของดาวเคราะห์ตรงที่ ดาวเคราะห์แคระจะมีวงโคจรที่ไม่ชัดเจนกับวัตถุข้างเคียง ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ดาวพลูโตถูกตัดออกจากการเป็น

Next Page »

Powered by WordPress