เดินทาง 17-06-2007

เกาะเกร็ด ฟังชื่อแ้ล้วนึกถึงชุมชนที่ทำเครื่องปั้นดินเผา หรือไม่ก็ชุมชนที่ทำขนมหวาน หรืออาจได้คำว่าคลองขนมหวาน อะไรประมาณนั้น แต่ผมก็ไม่เคยไปสัมผัสเสียที ว่าเป็นจริง อย่างที่เขาพูดกันไหม พอมีเวลาเลยรีบไปสัมผัส ว่าเป็นจริงหรือไม่ เริ่มต้นก็เริ่มหาข้อมูลการเดินทาง จากอินเทอร์เน็ต เช่น จอดรถได้ที่ไหน เดินทางอย่างไร ข้ามเรือกี่บาท ข้อมูลพวกนี้สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น pantip ห้อง BluePlanet หรือว่าจะเป็นตาม Blog ต่างๆ หรือ TrekkingThai ล้วนแต่มีผู้คนมาเขียนเล่าเรื่องราวการเดินทาง อาหาร .. ร้านไหนดี ไม่ดี
และผมก็เดินทางไปสัมผัส .. เตรียมตัวอย่างดีว่าต้องไปจอดรถที่วัดสนามเหนือ เสียค่าจอด 30 บาท แต่พอเดินทางถึง กลับเลยวัดไปเสียนี่ .. เลยแอบไปจอดอีกวัด คือวัดบางบ่อ เราก็ว่าทำไมที่จอดรถมันโล่งจริงๆ แต่ดีตรงฟรี พอลงมาถามคนแถวนั้นว่าจะข้ามไปเกาะเกร็ดยังไง ได้รับคำตอบว่า ให้เดินเลียบแม่น้ำไปยังท่าวัดสนามเหนือ พอเริ่มเดินยังไม่ทันเหนื่อยเลย ถึงแล้ว บรรยากาศ ก็เหมือนเรือข้ามฝากทั่วไป คือต้องรอเรือ ก็จะมีของขายมากมาย

เรือข้ามฝากกำลังจะถึงเกาะเกร็ด
ค่าเรือก็คนละ 2 บาท แต่ดูระบบจัดการแล้วยังไม่ค่อยดีนัก อาจมีคนแอบมั่วได้ โดยเก็บเงินเพียงแห่งเดียว คือท่าเรือฝั่งเกาะเกร็ด มาถึงก็เดินไปทางขวา จะเห็นของขายมากมาย เช่น ดอกไม้ทอด ไก่โสร่ง ปู่เจ้าเงาะ ถุงทอง (อันนี้ต้องไปลองพิสูจน์กันดู แต่รับรอง อร่อยไปอีกแบบ) และก็น้ำต่างๆ ที่ขายพร้อมโอ่งเล็ก ๆ ราคาพร้อมโอ่ง ก็ 20 บาท ถ้าโอ่งมีฝา ก็ 25 บาท …
ท้ิองเริ่มหิวเริ่มหาร้านทานซะหน่อย เอาล่ะ กินธรรมดา ก็จะดูธรรมดาไป มองไปมองมา หาร้านแปลก ๆ เจอร้านข้าวแช่ ..โอ เห็นภาชนะใส่อาหารแล้ว ต้องลองซะหน่อย …

หลังจากนั้นก็เริ่มเดินไปเรื่อย พบบ้าน โอ่งอ่าง เป็นบ้านที่เปิดให้เข้าชม โดยมีการนำเครื่องปั้นดินเผามาจัดสวน ก็สวยงามไปอีกแบบ บรรยากาศบ้านนี้ค่อนข้างดี ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ลมเย็น ตลอด แต่ถึงตอนน้ำขึ้นล่ะก็ ไม่อยากคิดเลย



หลังจากชมบ้านโอ่งอ่าง ทางฝั่งขวาของเกาะ (ถือจากหันหน้าเข้าเกาะ) เลยไปด้านซ้ายของเกาะบ้าง ระหว่างทางพบกับบ้าน ๆ หนึ่ง มีเหรียญทองเยอะมาก ลองดูในภาพจะเห็นว่าเต็มบ้านไปหมด โดยที่ป้ายเขียนว่า “นักวิ่งชาวเกาะ” อยากรู้จังว่าเป็นใคร

หลังจากนั้นไปชมสินค้า OTOP ของชาวเกาะเกร็ด เดินตามป้ายไป ซึ่งจะไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวเดินมาทางนี้มากนัก อาจเป็นเพราะป้าย ไม่ชัดเจน นักท่องเที่ยวเดินมาครึ่งทาง คิดอะไรไม่ออก กลับดีกว่า … เพราะเหมือนเดินเข้าไปในทางเล็ก ๆ เหมือนทางเข้าชุมชน .. บรรยากาศไม่คึกคัก แต่ของดีมักอยู่ในที่ ๆ ไม่ค่อยมีใครได้เข้าไป ระหว่างทางยังพบสถานที่ทำเครื่องปั้นดิน เผา เห็นวิธีการทำ การขนเข้าเตาเผา เจ้าของก็เป็นมิตรให้เราเข้าไปถ่ายภาพได้




.
หลังจากนั้นไปพบ บ้านหลังหนึ่ง เขียนว่า ทำเครื่องปั้นดินเผาถวายในหลวง และสมเด็จพระเทพฯ ..
เอ อย่างนี้ฝีมือต้องไม่ธรรมดาใช่ไหม เลยเข้าไปดู พบงานปั้นดินเผา ซึ่งเป็นงานที่มีความละเอียดมากกว่างานที่ได้เคยเห็น เป็นภาพในวรรณคดีไทย ซึ่งคนที่เกาะสลักเครื่องปั้นดินเผานั้น ตอนแรกคิดว่าจะมีอายุมาก ที่ไหนได้ อายุไม่มากเลย


ดูแล้วยังอดสงสัยไม่ได้ว่า หากเกาะสลัก อย่างดีใช้เวลาในการแกะนานมาก แล้วเอาไปเผา เกิดมีการผิดพลาดในการเผา เช่น หัก หรือแตก จะเป็นยังไงเนี้ย…..
หลังจากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน โดยเก็บความประทับใจ จากสถานที่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง เลยเมืองทองไปนิดเดียว หากใครยังไม่ได้เดินทางไปสัมผัส อย่าพลาดเลยนะครับ ….
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน
ระบบวิเคราะห์การโจมตีแบบเอสคิวแอล อินเจคชัน ด้วยเทคนิคพื้นฐานทางไวยากรณ์

Full Proposal : nccit07it045.pdf
งานวิจัยที่ผมได้ทำขณะกำลังศึกษา

และนำเสนอในการประชุมทางวิชาการระดับชาติด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 3
NCCIT’07 The 3 National Conference on Computing and Information Technology
ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ค.50 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ
โดยเนื้องานที่ผมสนใจคือการป้องกันการโจมตีแบบเอสคิวแอล อินเจคชัน โดยใ้ช้กฎไวยากรณ์ โดยการป้องกันการโจมตีแบบเอสคิวแอล อินเจคชัน นั้นมีหลายรูปแบบ ใช้ Proxy บ้าง การให้ Computer เรียนรู้คำสั่ง หรือ Pattern ของการโจมตีเองบ้าง แต่ผมกลับใช้พื้นฐานทางกฎไวยากรณ์ ภาษาเอสคิวแอล โดยสามารถกำหนดกฎได้เอง ซึ่งเทคนิคพื้นฐานลักษณะนี้ ทุกคนคุ้นเคยกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโปรแกรม เช่น ทำไมเราต้องเขียน Syntax ภาษา แบบนี้ If แล้วทำไม ต้องมี else ถ้าไม่มีต้องเขียนอย่างไร และ ทำไมต้องกำหนดตัวแปรแบบนี้ เป็นต้น
Application พัฒนาด้วยภาษา JSP + Java, Aapche Tomcat, MySQL
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน
Reference
[1] BNF Grammar for ISO/IEC 9075:1999 Available from:
http://savage.net.au/SQL/sql99.bnf.html#add%20domain%20constraint%20definition
[2] V. Aho, R. Sethi and J. D. Ullman. Compilers Principles,
Techniques, and Tools, Addison Wesley. 1988.
[3] K. Mairieng and C. Pluempitiwiriyawej, XPACK: A
Grammarbased
XML Document Compression, The
Seventh National Computer Science and Engineering
Conference (NCSEC), Chonburi, Thailand, October 2003.
[4] S. W. Boyd and A. D. Keromytis. SQLrand: Preventing
SQL injection attacks. In Proceedings of the 2nd Applied
Cryptography and Network Security (ACNS) Conference,
pages 292–302, June 2004.
[5] W. G. Halfond and A. Orso. AMNESIA: Analysis and
Monitoring for NEutralizing SQLInjection Attacks. In
Proceedings of 20th ACM International Conference on
Automated Software Engineering (ASE),Nov. 2005.
[6] S. Kost. An Introduction to SQL Injection Attacks for
Oracle Developers , January 2004.
[7] B. Kolman, R. C. Busby, S. Ross. Discrete Mathematical
Structores, Third Edition PrenticeHall,
Inc. 1996.

เข็มทิศชีวิต
บริหารชีวิต สู่อิสระทางการเงินและจิตใจ
ฐิตินาถ ณ พัทลุง
7 ปีที่แล้วผู้หญิงคนนี้มีหนี้เกือบร้อยล้าน วันนี้จ่ายหนี้หมด มีพอจนเลิกทำงานได้อย่างไร คำินิยมของ ดร.ไพบูลย์ เสรีวัฒนา [รายการ Money Talk]
ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักชื่อหนังสือเล่มนี้่ ตอนที่ีผมเอารถไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง .. ระหว่างนั่งรอ มีเสมียนในอู่ สงสัยเห็นผมรอนาน เลยถามว่าพี่สนใจอ่านหนังสือไหม แล้วก็ยื่นหนังสือเล่มนี้มาให้ และบอกว่าดีนะพี่ ลองอ่านดู ทั้ง ๆ ที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนั้น ..
ผมจึงบอกว่าไม่เป็นไร ในใจก็คิดว่า หนังสือเล่มนี้มีดีอะไร ทำไมเสมียนอู่ ถึงอ่าน หรือว่าเป็นหนังสือแบบพวก ดารา ก็ไม่ใช่ …
หลายวันต่อมาเมื่อมีโอกาสไปซื้อหนังสืออ่าน พอดีไปเห็นเข้าจึงได้หยิบขึ้นมาอ่าน เพื่อพิสูจน์ว่ามันดียังไงนะ .. เออ อ่านได้แค่ 1 บท ก็ได้แนวคิด ดี ๆ ของคนเขียน แนวคิดที่คิดอย่างไรให้จิตใจสงบ และสิ่งที่เราทำทุกอย่างขณะนั้น แน่ใจแล้วหรือว่าเราทำแล้วมีความสุข สิ่งที่เราทำตาม ๆ กันเช่น ซื้อบ้านหลังใหญ่ ๆ ซื้อรถคันใหญ่ ๆ ใสเสื้อผ้า เครื่องประดับราคาแพง มียี่ห้อดี ๆ มันทำให้ใจเราสงบ และมีความสุขจริงๆ หรือ ผมจึงได้ตัดสินใจซื้อมาอ่าน และอ่านไปอ่านมา ก็ได้แง่คิด หลายอย่าง ซึ่งหนังสือเล่มที่ผมซื้อมาเนี่ย พิมพ์ครั้งที่ 46 โอ้ว แสดงว่าขายดี มันต้องมีดีสินะคนถึงได้ซื้อกันจัง …
เล่มมีมีบทหนึ่ง ที่ผมรู้สึกว่าอ่านแล้วใช่นะ คือ เมื่อเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเรื่องดี ไม่ดี มีคนมาว่าเรา หรือใครทำอะไรให้ใจเราไม่สบาย เหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ได้เกิดขึ้นผ่านไปแล้ว เช่นเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ผ่านวันแล้ว วันเล่า เราก็ยังไปคิดถึงเหตุการนั้น ๆ ซ้ำ ๆ เช่งคนที่ทำให้เกิดเหตุการ … ในหนังสือเปรียบเทียบว่า เหตุการณ์ที่ีเกิดขึ้นนั้น คนอื่นหยิบมีดมาแทงเราครั้งเดียว แต่ตัวเราเองนี่แหละที่หยิบมีดมา แทงหัวใจตัวเอง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ..
นี่เป็นเพียงบทเดียวครับ
ยังมีบทอื่นอีกมากทีี่มีแง่คิดดี ๆ
ถ้าพอมีเวลาอย่าลืมหามาอ่านกันนะครับ
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

ผม-กะ-ศัลย์ (I’m a Surgeon)
ชื่อหนังสือ ฟังดูแล้ว ยิ่งดูปก อาจคิดว่า เป็นหนังสือทะลึ่ง ตึงตัง แต่พอได้เปิดอ่าน จะพบว่าเป็นหนังสือที่เขียนโดยหมอ โดยถ่ายทอดเรื่องราวในสไตล์ที่เป็นกันเอง มีประวัติและวิชาการผสมกันบ้าง โดยไม่ให้มีแต่ประวัติส่วนตัวเพียงอย่างเดียว โดยเรื่องราวที่นำเสนอนั้น เริ่มตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์นั้น ต้องเป็นหัวกะทิอย่างเดียวเลยหรือ ชีวิตหมอต้องคร่ำเคร่งอ่านแต่หนังสือ ใส่แว่นตาหนาๆ พูดจากับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่ผู้เขียนได้นำเสนอบางด้านที่คนไข้ อย่างเราๆ ไม่เคยคิด ว่าหมอ คุณหมอ ที่เราเรียกเวลาเราไม่สบายนั้น ก็คือ ปุถุชน ธรรมดา มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป มีความคิดแผลง ๆ เพี้ยน ๆ ก็มี ซึ่งหมอรุจน์ ผู้เีขียนหนังสือนำเสนอได้น่าติดตาม รวมทั้งมีสาระ มีวิชาการ เช่น หากท่านต้องผ่าตัด ควรผ่าตัดโรงพยาบาลเอกชน หรือรัฐบาล และหากเลือกโรงพยาบาลรัฐบาลแล้ว จะเลือก รพ.ที่มีการสอนแพทย์ดี หรือเลือก รพ.ปกติดี ? เป็นคำถามที่คนไข้อย่างไร ก็อยากรู้เหมือนกัน และทำไมแพทย์ต้องทำงาน รพ.เอกชน?
หนังสือเล่มนี้หากท่านได้อ่าน ท่านได้แง่คิดเกี่ยวกับความคิดแพทย์ ว่าคิดกับคนไข้อย่างไร โดยที่ไม่ใช่รู้่แต่ความคิดคนไข้อย่างเรา ๆ ทีี่มองภาพของแพทย์เพียงด้านเดียว
เป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มครับ
มาดูสารบัญกัน
กว่าจะมาเป็นหมอมีด
เป็นหมอไม่ยากอย่างที่คิด
เริ่มต้นที่นักศึกษาแพทย์
เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง..
กรุงโรม.. ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
ต่างอาจารย์ ต่างสไตล์
It’s a show-time! (ได้เวลาใช้ทุน …)
กว่าจะฝ่าด่านอรหันต์…
ศัลยกรรมในเมืองไทยมีกี่สาขา
ชีวิตหมอมีด
เป็นหมอทำไม
ทำไมถึงเลือกเรีียนศัลยกรรม
ชีวิตมือมีด
หมอศัลย์กับชีวิตราตรี
ยามว่างของหมอศัลย์
ชีวิตรักนักผ่า
รายได้ของหมอผ่าตัด
ความเสี่ยงของหมอศัลย์
ยิ่งเป็นหมอนาน ๆ ยิ่ไม่ไว้ใจคน
สลบแล้ว แต่ผมยังไม่สลบ
มีอะไรในห้องปาด?
ดมยา ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
เรื่องของหมอดมยา
ผ่าตัดใหญ่ ไม่สยอง (Format in surgery)
วันง่วงหงาวในห้องผ่าตัดเล็ก
การผ่าตัดที่มีบ่อย ๆ น่ารู้จัก
รู้ไว้ ก่อนไปขึ้นเขียง
เป็นอะไรถึงต้องผ่าตัด
ผ่าอะไรกับใครดี
จะไปโรงพยาบาล ควรเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนผ่าตัดควรเตรียมตัวยังไงดี
หลังผ่าตัดต้องทำอะไรบ้าง
ซึมเศร้า หลังผ่าตัด
หลากหลายคำถาม ที่ชอบถามหมอผ่าตัดกันจัง
หมอพลาสติก เย็บแผลอย่างไรให้สวย
คนไข้จะทำอย่างไรให้แผลสวย แผลเป็นน้อยที่สุด
การแพทย์กับธุรกิจ
โรงพยาบาลเอกชน V.S. รัฐบาล กับการผ่าตัด
การผ่าตัดในโรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่อื่น ๆ
การผ่าตัดในโรงพยาบาลขนาดเล็ก
ทำไมต้องมาอยู่เอกชน
แล้วอยู่โรงบาลรัฐบาลจะได้อะไรหนอ
การตลาดแบบแบบหมอ หมอ
โฆษณาอย่างไรที่ผิดกฎ
เทคนิคการตลาดที่นิยมใช้กัน
แล้วจะไปผ่าเอกชนที่ไหนดี
อ่านสารบัญแล้ว อยากอ่านหนังสือเล่มนตี้ใช่ไหมครับ….
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

Transformers : สงครามวันหุ่นยนต์ล้างโลก
ไม่ได้ชมภาพยนต์ในโรงภาพยนต์เสียนาน ครั้งนี้ได้มีเวลาและโอกาสได้ชมภาพยนต์ Transformers ซึ่งเรื่องนี้เหมือนเรื่องอื่นๆ ของไมเคิล เบย์

ไมเคิล เบย์ ผู้ักำกับ฿าพยนต์ ที่มีืทั้งคนชอบและไม่ชอบ หนังของเขา
มีไสต์ที่มีเอกลักษณ์ ตั้งแต่ Bad BoyI II , The Rock , Armageddons , Perl barbel ล้วนแต่จะต้องมีฉากช้า ๆ ในจังหวะที่ภาพมุมมองแปลกตา เช่น อยู่ใต้ท้องรถ บนพื้นมองขึ้นไปบนฟ้า และมีอุกาบาตวิ่งผ่าน ประมาณนั้น อีกทั้งการเดินเรื่องบางครั้งอาจขาดน้ำหนักสนับสนุนบ้าง แต่เรื่องนี้ได้สร้างตัวเอกขึ้นใหม่ที่ไม่ได้ Nicolas Cage หรือดาราทีี่มีชื่อเสียงมาก จึงทำให้ได้น้ำหนักตรงจุดนี้ไป

Shia LaBeouf
แต่ในความรู้สึกผมการให้ Jon Voight รับบทรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ดูเหมือนจะไ่มีขลังเท่าที่ควร ผมดูแล้วรู้แก๊กเลย
ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป

Jon Voight
โดยภาพรวมแล้ว เรื่องนี้ผมให้ 4.5 เต็ม 5 ครับ ให้ในส่วนของ Special Effect ยอดเยี่ยม มุมกล้องดี การเดินเรื่องก็โอเค อาจขาดน้ำหนักบ้างบางฉาก แต่ความคิดสร้างสรรค์เยี่ยม.. เพลงประกอบก็ตามไสต์หนังนะ ออกแนวมันส์ ๆ หน่อย …
ผมไปชมเรื่องนี้ที่เมเจอร์รัชโยธิน สิ่งที่เห็นคือ เชฟโรเล็ต มาทำอะไรที่นี่ .. ตั้งบูทขายรถรุ่นใหม่ของเขาที่กำลังโฆษณาอยู่ คือ Captiva เอ มาทำเอามาหลายคัน ทำไมเชฟฯ คิดว่า คนที่มาดูหนังจะต้องซื้อรุ่นนี้ … ที่ไหนได้ครับ พอดูหนังเสร็จ รถพระเอกที่แปลงเป็นหุ่นได้ มันยี่ห้องเชฟโรเลต นี่เอง ผมถึงขั้นอ๋อ เขาทำตลาดกับแบบนี้นี่เอง เจาะกลุ่มลูกค้าได้ดีทีเดียว เนื่องจากหนังเรื่องนี้ผู้ชาย ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ (ก็เคยเป็นเด็กมาก่อน) ต่างก็ชอบของเล่นที่เป็นหุ่นยนต์ กลไก ซึ่งเป็นได้ว่า เชฟฯ คิดว่ากลุ่มลูกค้าเขาน่าจะมาเป็นเป็นครอบครับ พ่อพาครอบครับมาดูหนัง และรถ Captiva ก็เป็นสำหรับครอบครับเสียด้วย … ผมดูราคาเทียบกับรถในตลาดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน สู้ได้ครับ
แสดงว่าเชฟฯ เขาต้องมีข้อมูลลูกค้าพอสมควร ที่พอจะกล้าจัดบูท หรืออัดเคมเปน พร้อมกับความสดของภาพยนต์ แทนที่จะจัดอัดแคมเปน โดยการจัด Even ของตัุวเอง เช่นพวก Expo แต่อย่างเดียว

Chevolet Captiva
ใครที่คิดว่าอยากพักผ่อนชมภาพยนต์แนว Sci-Fi สักเรื่องอย่าพลาดแล้วกันนะครับ
Reference
เว็บไวต์ภาพยนต์ http://www.transformersmovie.com/
เรื่องย่อจากกระปุก http://hilight.kapook.com/view/12673
จองตั๋วหนังกับเมเจอร์ http://onlineticket.majorcineplex.com/cgi-bin/onlineticket/cinema?mode=LOGIN&pagecode=MAJOR
เชฟโรเลต แคปติวา http://www.chevroletthailand.com/captiva/