สิ่งที่ผมรู้ หากคุณอ่าน คุณจะรู้ตามผมไปด้วย

29-01-2008

เลือกบัตรเครดิตอย่างไร? 2

Filed under: เลือกบัตรเครดิต 2 — ejeepss @ 09:36:29

 

จากบทความแรก เลือกบัตรเครดิตอย่างไร? 1 นั้น ได้แนะนำเบื้องต้น สำหรับความปลอดภัยของการใช้งานบัตรเครดิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานบนอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ต่อไปมาดูการป้องกันการใช้งาน โดยใช้เทคนิคอื่น ๆ อีกบ้างครับ   

 Two-Factor Authenication (T-FA)

เป็นการตรวจสอบการเข้าใช้ โดยใช้การตรวจสอบมากกว่า 1  เงื่อนไข ตัวอย่างเช่น หากท่านต้องการเข้าใช้งานห้องใด ห้องหนึ่งที่มีการจัดการเข้าใช้งานในรูปแบบ T-FA ท่านต้องแสดงแสดงบัตรเข้าใช้งาน และยังต้องตรวจสอบลายนิ้วมือเพิ่มเติม หาก ผ่านทั้ง 2 การตรวจสอบประตูถึงจะเปิด เป็นต้น ตัวอย่างการตรวจสอบสิทธิ์แบบ T-FA มีหลากหลายเช่น

  • Tokens    ตัวอย่าง  Notebook บางเครื่อง หากจะเข้าใช้งาน (Logon) จะต้องเสียบ USB Token และพิมพ์ Username/Password ไม่เช่นนั้นจะ Logon ไม่ผ่าน

 

  • Biometrics   การตรวจสอบการใช้งาน โดยใช้อวัยวะในร่างการตรวจสอบ ร่วมด้วย เช่น ลายนิ้วมือ รูปหน้า  ดวงตา เป็นต้น
    ตัวอย่าง การเข้าใช้งานห้องนิรภัย ที่ต้องใช้บัตร และยังต้องตรวจสอบลายนิ้วมือ เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง 

  • One Time Password   เป็น password ที่ใช้เพียงครั้งเดียว ซึ่งค่าที่ได้จะเกิดจากการสุ่ม โดยที่ตัวเลข หรือค่าที่ได้จะไม่ซ้ำกัน  เช่นหากท่านต้องการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรือใช้งานธนาคารออนไลน์ โดยการโอนเงิน หรือชำระค่าสินค้าและบริการ  สิ่งที่ท่านจะต้องกรอก เพื่อยืนยันตัวท่านจริงๆ คือ  Username และ Password   แต่หาก บัตรเครดิต หรือ บัญชีธนาคารออนไลน์ ของท่านอาจมีการตรวจสอบการเข้าใช้งานมากกว่า 1 รูปแบบ   การใช้อุปกรณ์เสริม  ตัวอย่างเช่น  บัตรเครดิต HSBC  เมื่อท่านสมัครและใช้บริการ ท่านจะได้รับอุปกรณ์เสริม (One time password) 1 อัน โดย Token นี้ เพียงท่านกดปุ่ม 1 ครั้ง ท่านจะได้เลขที่ถูกสุ่ม ที่เป็นเลขเฉพาะของท่านเอง และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ    วิธีการใช้งาน เมื่อท่านต้องการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้บัตรเครดิต HSBC  ท่านซื้อสินค้าปกติ แต่เมื่อถึงขั้นตอนการตรวจสอบบัตรเครดิต หน้าจอจะให้ท่านป้อน Username/Password และรหัสจากอุปกรณ์เสริมของท่าน ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยขึ้นไปได้อีกระดับหนึ่ง  เพราะว่าหากจะโขมยบัตรเครดิตของท่านจากกระเป๋าสตางค์ หรือขโมยรหัสบัตรเครดิตของท่าน จะด้วยวิธีใดก็ตาม  ก็จะต้องขโมยอุปกรณ์เสริมไปด้วย  (อุปกรณ์เสริมแต่ละเครื่องจะมี Serial ไม่เหมือนกัน และเมื่อกด แต่ละเครื่องจะไม่ได้เลขซ้ำกัน จะเป็นเลขเฉพาะของแต่ละเครื่องเท่านั้น)

  • โทรศัพท์ (Phone)  มีเทคนิค 2 ประการดังนี้
    • Interactive Phone Call  โดยมีโทรศัพท์เข้ามาระหว่างที่เรากำลังซื้อของออนไลน์ ในช่วงตรวจสอบการตัดบัตรเครดิต
    • SMS messaging จะได้รับ Message ที่บอกรหัสการซื้อในแต่ละครั้ง  และนำรหัสนั้นไปกรอกบนหน้าจอระหว่างการซื้อของออนไลน์ ซึ่งรหัสนั้นจะไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง

จะสังเกตุ เห็นว่า มีการนำเทคนิคการยืนยันตัวตน โดยใช้เทคนิค Two Factor Authenication มาใช้ในการป้องกันการลักลอบใช้บัตรเครดิต กันมากขึ้น ซึ่งช่วยตรวจสอบการถูกลักลอบใช้งานบัตรเครดิต  โดยหากจะโขมยบัตรเครดิตได้ หรือได้รหัสบัตรเครดิตของเราไป หากนำไปใช้บนอินเทอร์เน็ต ก็ยังต้องใช้อุปกรณ์ หรือต้องถูกตรวจสอบในรูปแบบที่ได้กล่าวมาข้างต้น

แล้วบัตรเครดิตที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์คุณตอนนี้ล่ะ มีระบบการป้องกันลักลอบใช้งานบนอินเทอร์เน็ตอย่างไรบ้าง  ???

Reference

21-01-2008

เลือกบัตรเครดิตอย่างไร? 1

Filed under: เลือกบัตรเครดิต 1 — ejeepss @ 09:04:47

 

การเลือกใช้งานบัตรเครดิตนั้น  มีหลากหลายเหตุผลด้วยกัน ส่วนใหญ่คนจะพูดถึง คือ มีของแถม อะไรในตอนสมัคร  บัตร Visa หรือ Master  วงเงินได้เท่าไหร่ สมัครง่ายไหม ฐานเงินเดือนล่ะ  คำถามเหล่านี้ ดูจะเป็นคำถามพื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการมีบัตรเครดิต

แต่สำหรับผม คำถามแรกที่จะถามคือ 

บัตรของคุณ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หรือไม่ใช่ธนาคาร ที่จะออกบัตรให้ผมนั้น  หากเป็นบัตร Visa มีระบบ Verifited by Visa หรือไม่? หรือหากเป็นบัตร Master Card ได้ติดตั้งระบบ  Master Card Secure Code แล้วหรือยัง?  หรือมีระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ อีกไหม? 

อ่านดูแล้วคง งง ว่าผมทำไมต้องถามอย่างนั้น  ผมขอยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ .. หากผมมีบัตรเครดิตอยู่หนึ่งใบ ผมเกิดทำกระเป๋าสตางค์ หล่นหาย แล้วผมก็ยังไม่ทันทราบว่ากระเป๋าสตางค์หาย  กว่าผมจะรู้ตัวก้ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว จึงรีบโทรไปอายัดการใช้งานบัตรเครดิต ใบดังกล่าว  ขณะกำลังโทรอายัด จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ไปว่า วงเงินของผมยังอยู่ครบ หรือมีใครใช้ไปบ้างไหม  ….. คำตอบที่ได้รับคือ มีการใช้บัตรเครดิต ไปเมื่อสักครู่นี้เอง … จนหมดวงเงิน    เหตุการณ์อย่างนี้หากเกิดขึ้นจริงๆ  ผมคงจะแย่แน่ ต้องปฏิเสธการจ่าย  ไปแจ้งความ  ต้องชี้แจงให้กับ ธ.ผู้ออกบัตรว่าผมทำกระเป๋าสตางค์หายนะ ไม่ได้แอบเอาไปใช้ 

อย่างที่เราทราบๆ กันดีครับ  หากมีใครที่เก็บบัตรเครดิตเราได้ หรือตั้งใจขโมยก็แล้วแต่ หากเขาจะใช้ง่าย ๆ มี 2 วิธีครับ

  1. ก็คือนำไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า เวลาจ่ายเงินก็เลือกแคชเชียร์ ที่ไม่ค่อยดูลายเซ็นหลังบัตร จังหวะซื้อก็แต่งตัวดี ๆ หน่อย เพียงเท่านี้ก็ซื้อของ ได้สบาย ๆ 
  2. ซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเอารหัสบัตรของเราไปขาย ในตลาดมืด  หรือซื้อของบนอินเทอร์เน็ต เพียงแค่มีรหัส 16 หลักบนหน้าบัตร เดือนหมดอายุของบัตร และก็พลิกด้านหลัง ดู CVV (เลข 3 ตัวหลัง) และส่งของไปยังที่ที่ไม่สามารถอ้างอิงแหล่ง และรีบไปรับของก่อนตำรวจมา เพียงเท่านี้ เขาก็ได้ของ และใช้เงินของเราไปก่อนที่เราจะรู้ตัวเสียอีก

แนวทางการป้องกัน 

  • ข้อที่ 1 นั้น เราคงจะป้องกันได้ยากครับ นั่นหมายถึง ถึงแม้เราจะเลือกบัตรเครดิตที่มีหน้าเราแปะ อยู่บนหน้าบัตร  หากแคชเชียร์ไม่มอง มันก็ไม่มีความหมาย มีวิธีเดียวคือ เก็บรักษาบัตรให้อยู่กับตัว ให้ดีที่สุด
  • ข้อที่ 2 นั้น  สามารถป้องกันได้  โดยการเลือกใช้บัตรเครดิตจาก ธนาคารผู้ออกบัตร ที่ติดตั้งระบบ Verified by Visa หรือ Master Card Secure Code  เพื่อป้องกันการนำบัตรไปใช้ ซื้อสินค้าบน Internet ได้ในระดับหนึ่ง และหลีกเลี่ยง การจด รหัสบัตรเครดิต ไว้ที่อื่นใด เช่น ในสมุดโน๊ต หรือกระดาษทด หรือเก็บเป็นไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเด็จขาด 

หลักการทำงานของระบบ Verified by Visa (เบื้องต้น)

ให้นึกถึง รหัสบัตรที่เป็นตัวเลข หรือตัวอักษร คล้าย ๆ กับรหัสบัตร ATM  ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน  ตัวอย่างหลักการทำงาน สมมติเราทำกระเป๋าสตางค์หาย หรือมีคนมาขโมยรหัสบัตรเครดิต ของเราไป โดยการมาเปิดกระเป๋า แอบจด หรือไปที่ปั๊มน้ำมัน แอบรูด หรือมีใคร Hack เข้ามาในเครื่องเรา ติดตั้งโปรแกรม Spyware คอยดูว่าเราคีย์บัตรเครดิต หรือไม่ เมื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดี เอารหัสบัตรเราไปแล้ว ต้องการจะไปซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต  แต่ระหว่างการซื้ออยู่นั้น  เมื่อถึงขั้นตอนการชำระเงิน จะปรากฎหน้าจอให้กรอก รหัส VbV (Verified by Visa) ทางจอภาพ  ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่มีอยู่บนบัตร พลิกไป พลิกมาก็หาไม่เจอ รหัสตัวนี้เหมือนกับรหัส ATM เพราะฉะนั้น จะมีแต่เราเท่านั้นที่รู้  หากไม่รู้ ก็หมดสิทธิ์ ….

ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

ติดตามต่อภาค 2

15-01-2008

กลยุทธ The LongTail

Filed under: กลยุทธ The Long Tail — ejeepss @ 10:04:31

กลยุทธ์  The Long Tail  นั้น  หลายคนยังไม่คุ้นชื่อนี้ มันคืออะไร  เทคนิคอะไรเหรอ .. และเราเคยเห็นมันไหม คำถามหลาย ๆ คำถามนี้อาจเกิดขึ้น แต่รู้ไหมว่าเราพบปรากฎการนี้มาตลอดตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน และคงไปถึงอนาคต อยู่ใกล้ตัว อยู่ใกล้ตัว ในสังคมครอบครัว สังคม ประเทศ หรือระดับโลก  มันคือสิ่งที่อยู่คู่กับเรา  หากพูดลอย ๆ อย่างนี้  อาจจะไม่เข้าใจ ขอยกตัวอย่างแล้วกัน

ลองมองกราฟ จากภาพทางด้านบน เห็นว่าประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 พื้นที่ได้แก่ พื้นที่สีแดง และพื้นที่สีเหลือง
พื้นที่สีแดง  :   เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่คนสนใจ นิยมซื้อ หรือชื่นชอบ หรือเรียกในภาษาการตลาดว่า ตลาดแมช (Mass Market)
พื้นที่สีเหลือ :   เป็นพื้นที่ที่คนไม่ค่อยนิยม หรือเป็นที่ชื่นชอบของคนเฉพาะกลุ่ม เรียกว่าตลาดนิช () สังเกต เห็นความลาดชันจะลดลงเรื่อยๆ  จะเป็นไปอย่างนี้

  • ตัวอย่าง
    • รถยนต์
      สังเกตุว่าในโลกเรามีรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ .. เต็มไปหมด แต่ทั้งโลกนั้น มีรถยนต์ที่เป็นที่นิยม และรุ่นที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดไม่กี่รุ่น ไม่กี่ยี่ห้อ ผู้คนก็จะนิยมไปซื้อรถยนต์รุ่นเหล่านั้น หากในประเทศไทย ก็ Toyota , Honda รุ่นที่นิยม ก็จะเป็น Altis, Vios, Civic, Jazz เป็นต้น  หากสมมติว่าคนในประเทศที่มีกำลังซื้อรถยนต์ จำนวน 1,000,000 คน  คนที่ซื้อ Altis, Vios, Civic, Jazz …  จะซื้อเป็นจำนวนที่มาก กว่ายี่ห้ออื่น รุ่นอื่นๆ  เป็นจำนวนมาก ในพื้นที่สีส้ม ส่วนด้านหางท้ายสุด คงไล่เป็นไปเป็นยี่ห้อที่คนไม่ซื้อเลย หรืออาจเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม  (นิช) เป็นต้น
    • ดารา
      หากนับเรียงดาราที่คนชื่นชอบ  ส่วนทางด้านพื้นที่สีแดง คงเป็น แพนเค็ก, อั้ม, ….  ไปจนถึงตัวประกอบต่างๆ   และหากคนดูละคร แล้ว คงจะดูละครที่มีดารา ที่เป็นที่นิยมอยู่ในพื้นที่สีแดง เป็นส่วนใหญ่
    • Information Retirval  (มาวิชาการนิดหนึ่ง)
      ในการค้นคืนข้อมูล ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo  ก็จะพบปรากฎการณ์นี้เช่นกัน ได้แก่ คำต่างๆ  เวลาค้นคืนในหน้าเอกสาร HTML นั้น จะประกอบด้วย Stop Word เป็นจำนวนมาก ซึ่งคำนั้น ๆ ไม่ได้บอกว่าเอกสาร เป็นเอกสารใด  เช่น  ในหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ มีคำทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ 1 ล้านคำ คำที่มีซ้ำมากที่สุดได้แก่   “ที่”, “ซึ่ง”, “อัน”, “จะ” ซึ่งหากเราพบคำๆ นี้ ในประโยค ก็คงไม่สามารถบอกว่า ประโยคนี้เกี่ยวกับอะไร .. ยิ่งคำที่อยู่ในส่วนสีเหลือง ท้าย ๆ  ที่ไม่ค่อยมีซ้ำกันในหนังสือพิมพ์เท่าไหร่ คำพวกนี้จึงจะสามารถบอกได้ว่า ประโยคนี้เกี่ยวข้องกับอะไร เพื่อเวลาค้นคืน จะได้ค้นเอกสารได้เกี่ยวข้อง

โดยส่วนใหญ่ กลยุทธ์ The Long Tail นั้น  ที่ประสบความสำเร็จ อาจเนื่องมาจากการเปิดตลาดใหม่ (Blue Ocean)  ผสมกัน  เช่น ถ้าสังเกตุให้ดี พื้นที่สีเหลืองนั้น หากนำมาปะติดปะต่อกัน หรือนับพื้นที่กันจะเห็นว่า มีขนาดเทียบเท่ากับพื้นที่สีแดง  นั่นแสดงให้เห็นว่า ตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างใหญ่ แล้วเราจะทำอย่างไรให้สินค้า และผลิตภัณฑ์ของเราเข้าไปขายในคนกลุ่มนั้นได้    จะทำอย่างใร ที่จะเป็นตลาดนิช เป็นตลาดแมส ได้  หรือทำอย่างไรจะสร้างน่านน้ำสีคราม ได้   

ตัวอย่างในประเทศที่อยากจะขอพูดถึงคือ คุณวสันต์ (เจ้าของเบนซ์ทองหล่อ)  ประกาศ ใครที่มี ที่ดิน ทาวเฮ้าส์  หรือทองคำ  สามารถนำมาแลกรถเบนซ์วีโต้ ไปขับได้  คุณวสันต์ได้เปิดตลาดใหม่  ตลาดของคนรวย ที่คนที่มีฐานะ  มีหลายคน ที่มีอสังหาริมทรัพย์ เก็บไว้ ไม่ได้เก็บเฉพาะเงินสด เท่านั้น  สมมติว่ามีเศรษฐีในประเทศ 2 ล้านคน  เศรษฐีที่มีเงินสดเก็บไว้กับตัว คงมีประมาณสัก 4 แสนคน ส่วนที่เหลือ เป็นเศรษฐีที่ดิน ทองคำ หรือบ้านจัดสรร หรือหุ้น  คุณวสันต์ได้เปลี่ยนตลาดของคนที่เหลืออีก 1.6 ล้านคนรวย หากมีคนรวยที่ รวยทองคำ รวยหุ้น สนใจอยากขับเบนซ์สัก 10%  คุณวสันต์คงขายรถเบนซ์ได้หลายคันทีเดียว

แล้วหน่วยงานเราล่ะ จะเปลี่ยนตลาดคนที่อยู่ในส่วนหาง มาเป็นลูกค้าเราได้อย่างไร?

ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

04-01-2008

สัมผัสอากาศหนาว ณ ดอยอินทนนท์

Filed under: ดอยอินทนนท์ — ejeepss @ 10:12:40

เดินทาง 3 พฤศจิกายน 2550

จากที่เคยมาเชียงใหม่ เพื่อเที่ยวชมงานพืชสวนโลก เมื่อปี 2007 แล้ว แต่ปีนั้น อากาศร้อนมาก ๆ เลยทำให้งานหมดเสน่ห์ไป มาคราวนี้ อากาศเย็นกำลังสบาย เลยนึกถึงสถานที่ที่ได้ยินแล้ว รู้สึกว่า ต้องหนาวแน่ ๆ นั่นคือ ดอยอินทนนท์ จะหนาวจริงๆ หรือไม่นั้น ต้องพิสูจน์สักหน่อย

วันแรกรับรถเช่า ซึ่งเช่ารถ ICar กับ Budget ในราคา 1,000 บาทต่อวัน (แต่ต้องซื้อคูปองจากงาน ท่องเที่ยวไทยนะครับ) ถ้าปุบปับ จะไปล่ะก็ ราคาประมาณ 1,500 ต่อวันเชียวนะครับ รับรถ ก็ต้องเซ็นอะไรกันเล็กน้อย และตรวจดูรถให้เรียบร้อยก่อนครับว่ามีรอยตรงไหน จะได้สบายใจกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่เป็นรถเช่าของ Budget นั้น มีมาตรฐานมากครับ ตรงเวลา พนักงานสุภาพ มาถึงน้ำมันเต็มเปี่ยม พร้อมลุยแล้ว โดยออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 6.45 น.

ขับมาเรื่อย ๆ ไปจนถึงทางขึ้นดอย บรรยากาศตอนนั้นก็ไม่มีอะไรมาก เมื่อคืนฝนตก แต่ก็เอาเถอะไหน ๆ มาแล้ว ต้องสัมผัสบรรยากาศให้ได้ ระหว่างทางขึ้นนั้น เริ่มสัมผัสอากาศเย็นสบาย เห็นเมฆลอยอยู่แต่ไกล เลยปิดแอร์ เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์

ถึงด่านตรวจแรก จ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ถือโอกาสลงมาถ่ายรูปสักหน่อย บรรยากาศเย็นสบายจริงๆ ถ้าไม่ใส่เสื้อจะเริ่มหนาวเสียแล้ว

ระหว่างทาง เปิดไฟหน้า และขับช้า เนื่องจากหมอกลงค่อนข้างจัดมาก อีกทั้งยังไม่คุ้นทางเท่าไหร่ เรื่องสมรรถนะของรถล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วง Jazz ผมมั่นใจ เนื่องจากเคยเอาขึ้นภูชี้ฟ้าเสียแล้ว ขอเพียงมีถนน จะขึ้นเขาอย่างไรก็ไม่กลัว

มาถึงก็แวะพระธาตุ เสียก่อน เอ มองไม่เห็นพระธาตุเลย ใครขโมยไปหรือเปล่าเนี่ย ในภาพ รถประจำทางที่ขึ้นมาเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากพอควร น่าสงสารบางคนที่ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาว และหมวกมา อาจเป็นหวัดเอาง่าย ๆ

ดอกไม้ระหว่างทางขึ้น ซึ่งประดับประดาได้สวยงามมาก บรรยากาศสดชื่น ชุ่มฉ่ำ

หันไปหันมา ทางขึ้นอยู่ทางนี้นี่เอง

บรรยากาศโดยรวม

ซ้าย บรรยากาศรอบพระธาตุ ซึ่งยังมองไม่เห็นพระธาตุเลย
ขวา บรรยากาศทางขึ้นอีกพระธาตุ

บรรยากาศภายในพระธาตุ สวยงามมาก

หลังจากนั้น ขับรถขึ้นต่อไปยัง จุดที่สูงสุดในประเทศ โดยขับขึ้นไปอีกนิดเดียว ขับมาเจอเพื่อน Jazz สีขาว โดยได้แวะชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อ่างกา

มีทางเดินให้เดินชม โดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ไว้ สวยงาม ฉุ่มฉ่ำ เงียบสงบ

ซ้าย อุณหภูมิต่ำสุดในวันนี้¼br> ขวา ป้ายเส้นทางธรรมชาติ อ่างกา

ใครมาถึง ไม่ได้ถ่ายภาพกับป้ายนี้ แสดงว่า ยังมาดอยอินทนนท์ไม่ครบถ้วน ….


ขากลับแวะตลาดชาวเขาระหว่างทาง ซึ่งมีชาวเขามาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ถ้าเป็นของประเภทผักรับรองสด สอาด ราคาไม่แพง แต่ถ้าเป็นของที่ระลึก เช่น ตุ๊กตาชาวเขา ไม่แนะนำ เพราะฟังราคาแล้ว โอ …. ราคาเท่า ไนท์บราซ่า เลย

หลังจากนั้น และสถานีเกษตรโครงการหลวง ซึ่งเลยจากที่พักอุทยานสักหน่อย ซึ่งจะเข้าได้ต้องศึกษาเส้นทางสักนิด เพราะไม่ได้ติดถนนใหญ่นัก ต้องขับเข้าไปประมาณ 1 กม. ซึ่งระหว่างทางจะมีป้ายบอกชัดเจน

ซ้าย : หงษ์ดำคู่นี้ ป๋าเบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) เป็นคนถวายโครงการหลวง

ขวา : ขณะที่ไปนั้นกำลังก่อสร้างบ้านพัก สำหรับผู้ที่มาดูงานหรือสัมมนา (เห็นบรรยากาศแล้ว น่าไปมาก)

แวะรับประทานอาหารที่โครงการหลวงสักหน่อย ขอบอกได้เลยว่า บรรยากาศเย็นสบายมาก อีกทั้งยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ สถานเกษตร เห็นผัก ที่ปลูกอย่างชัดเจน ส่วนรสชาติอาหารนั้นสู้ในเมืองได้สบาย แถมได้เปรียบตรงที่ว่า ผักสด (เหมือนสั่งอาหารปุ๊ป พ่อครัวเดินไปเด็ด จากแปลงปลูกมาล้าง และทำอาหาร เดี๋ยวนั้นเลย) ส่วนเรื่องราคานั้น ถูกกว่าในเมืองมาก

บรรยากาศภายในโครงการฯ

ขากลับ

ซ้าย น้ำตกวชิรธาร สูงใหญ่ สวยงาม เข้าไปใกล้ ๆ แล้วเปียกไปทั้งตัว เนื่องจากมีละอองน้ำ ที่เกิดจากการกระแทกจากที่สูง ทำให้บริเวณนี้ฉุ่มฉ่ำมาก

ขวา และล่าง น้ำตกสิระธาร มองเห็นน้ำตกสูงใหญ่

ก่อนกลับเข้าตัวเมือง แวะวัดต้นแกว๋น หลายท่านคงไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้ แต่ถ้าบอกว่า เป็นวัดที่ถ่ายทำละคร เมื่อดอกรักบาน อาจร้องอ๋อ ขึ้นมาทันที ภาพที่เห็นนั้นเป็นวัดเดิม วัดปัจจุบันนั้น อยู่ทางด้านข้าง ซึ่งยอมรับว่าโครงสร้าง และ สถาปัตยกรรม การออกแบบ สวยงามตามแบบฉบับชาวเหนือ

หากใครอยากสัมผัสอากาศหนาวๆ บรรยากาศดี ๆ อย่าพลาด ดอยอินทนนท์ นะครับ

ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

Powered by WordPress