อาดัง ราวี หลีเป๊ะ 1
เดินทาง 18-20 มกราคม 2551

เกาะหลีเป๊ะ ชื่อนี้ฟังแล้ว มันอยู่ตรงไหน แต่ถ้าบอกว่า ตะรุเตา ละ ทุกคนรู้จักดี เพราะฉะนั้น อย่ารอช้าไปกันเลย .. หลายคนชอบเดินทางด้วยรถยนต์ คือ ขับรถไปกันเอง ไปกันเป็นหมู่คณะ ขับตามๆ กันไป ผมก็ชอบแนวนั้นเหมือนกัน แต่ขับรถไกล ๆ กับผมดูไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ .. เพราะคนขับอาจเที่ยวไม่สนุก เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เพราะฉะนั้น Trip นี้ ผมจึงเลือกการเดินทางด้วยทางอากาศ และแล้วก็หาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดกันดีกว่า ในปัจจุบันก็มี 2 เจ้าใหญ่ๆ คือ นกแอร์ และ Airasia ซึ่ง ช่วงที่ผมจองนั้น ก็เลือกช่วงที่เจ้าไหนมี Promotion ดีกว่ากัน .. และแล้วก็จองสำเร็จ ด้วยงบประมาณไม่มากนัก ว่าแล้วก็เริ่มต้นเดินทางกันเลย

เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ เอาแบบเช้ากันสุด ๆ ไปเลย เพราะต้องกันเวลาสำหรับนั่งเรือ ไปยังเกาะ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร และเพื่อไม่ให้ถึงเกาะเย็นจนเกินไป

ถึงแล้ว ท่าอากาศยาน หาดใหญ่ มาถึงก็ฝนตก พรำ ๆ เฮ้อ แล้วที่เกาะจะเป็นอย่างไรเนี่ย …
มาถึง ก็รีบโทรตามรถตู้ที่ให้มารับ โดยรถตู้ กับ เรือ นั้น ได้ซื้อ Package จากงาน ท่องเที่ยวไทย (เนื่องจากมีให้เลือกหลายเจ้า และราคาไม่สูงนัก) บรรยากาศที่ท่าอากาศยาน ดูไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ก็ต้องระวังตัวพอควร เอาว่าตื่นเต้นเล็ก ๆ ประมาณนั้น เมื่อรถตู้มารับ ก็นั่งรถไปยังท่าเรือกันเลย (ในรถมีแต่ฝรั่งอีกแล้ว เลยต้องเป็นมะม่วงไปแทน 5 5)

บรรยากาศบริเวณท่าเรือปากบารา ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เพราะสตูล อยู่ห่างจากหาดใหญ่พอสมควร บรรยากาศจอแจ พอควร ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างประเทศ มีหัวดำไม่กี่คน ฝรั่งก็ชอบกินกล้วยรองท้องเรื่อย เห็นประจำ ไม่ว่า Tripไหน ๆ

เรือที่จะพาเราไป เกาะหลีเป๊ะ ลำไม่เล็ก ไม่ใหญ่ไป มีที่นั่งพอสมควร มีแต่ชาวชาติ หลายภาษาอีกต่างหาก

ได้เวลาเดินทางแล้ว บรรยากาศในเรือ นั่น ก็เดิม ๆ มีแต่ท้องฟ้า กับคลื่น ยิ่งนั่งเรือออกจากฝั่งไกล ๆ แบบนี้ ก็เป็นชั่วโมงแน่ .. เพราะฉะนั้น พักสายตา ก็ดีไม่ใช่น้อย บังเอิญมีหนูน้อย เสื้อแดง มาช่วยไว้ โดยไม่ให้คนในเรือเหงา .. แต่สักพักหนูน้อย ก็ คร๊อกฟี่…….ๆ

บรรยากาศ สองข้างทาง โดยเรือวิ่งขนาน ไปกับเกาะเล็ก เกาะน้อย สักพัก็มาถึงเกาะตะรุเตา ที่เราๆ ท่าน ๆ ได้ยินชื่อกันมานาน …

ถึงแล้ว เกาะตะรุเตา .. ชายหาดยาว เงียบสงบ .. เรือไม่สามารถเข้าไปจอดได้ จึงต้องขนถ่ายไปยังเรือเล็กอีกลำ ที่วิ่งมารออยู่ข้าง ๆ ตั๋วโดยสารที่นี่จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือหากใครต้องการมาพักที่ตะรุเตา ก็จะฉีกบัตรเพียงครึ่งหนึ่ง ดูแล้ว ก็เป็นระบบดีพอสมควร หลังจากนั้น ก็เดินทางต่อ เพราะเดินทางมาได้ประมาณ ครึ่งเดียวเท่านั้น เฮ้อ … หลับกันต่อ

มาถึงแล้ว เกาะไข่ แต่วันนี้แสงไม่ค่อยเป็นใจ เท่าไหร่ แต่ภาพที่เห็นสวยงามมาก เสียดายที่เป็นเรือใหญ่เลย ไม่สามารถเข้าไปใกล้ ได้มากกว่านี้ เดี๋ยวเรือจะชนหินโสโครกได้ แต่หากใครมาสปีดโบ๊ต ล่ะก็ อาจได้แวะสัมผัสถ่ายรูปกันใกล้ ๆ อ่ะ

มาถึงแล้วเกาะหลีเป๊ะ มาถึงก็เหมือนเดิม มีเรือเล็กมารับ เนื่องจากเรือใหญ่ไม่สามารถเข้าไปเทียบยังหาดได้ เรือเล็กจะมาคอยกันเยอะมากที่ บริเวณหน้าหาดพัทยา (แหม ชื่อเหมือนหาดพัทยา จ.ชลบุรีเลย) หลังจากนั้น ก็ต่อเรือเล็ก สถานที่ที่เราจะเข้าพักใน Trip นี้ คือ Mountain View Resort เป็นรีสอร์ทขนาดกลาง อยู่บนเชิงเขา เรือเล็กจะถามว่าเราพักที่ไหน ก็บอกไป ก็จะมีเรือที่จะพาเราไปยังรีสอร์ทมารับ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่หากไปเอง ก็กะไปตายดาบหน้า คือเดินไปถามว่ามีที่พักว่างไหม ที่รีสอร์ทใด ๆ อย่างนี้ต้องเสียค่าเรือ 50 บาท ต่อคน ต่อเที่ยว

พี่คนเรือที่นี่ใจดีมาก อัธยาศัยก็ดี บังเอิญวันนั้น เรืออีกลำเสีย พี่เขาก็ขอโทษ เราและขออนุญาต ให้จูงเรืออีกลำ เราก็สบาย ๆ ไม่ซีเรียส เพราะมาถึงที่แล้ว คนเรือที่นี่ทันสมัยมาก เสื้อผ้านั้น ไม่ต้องพูดถึง พรีเมียร์ลีก ล้วน ๆ มีทุกสโมสรเลยทีเดียว …

ใกล้ถึงรีสอร์ทแล้ว เห็นแต่ไกล จริงๆ ภาพดีกว่านี้แต่ตั้งค่ากล้องผิดไปหน่อย เลยออกมาจืด ๆ ไปนิด …

ถึงแล้ว เกาะหลีเป๊ะ ทางขึ้น เป็นไม้ ให้บรรยากาศอบอุ่น มองเห็นทะเลเขียว สวยงามมาก

บรรยากาศ ภายในร้านอาหารของรีสอร์ท แค่นั่งมองทะเล ก็คุ้มแล้ว เหตุผลที่ผมไม่พักรีสอร์ที่หาด พัทยา เนื่องจากว่า ต้องการความเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนจริงๆ หลังจากพักผ่อนจากการเดินทางได้สักพัก ท้องก็เริ่มร้อง เอ ไปหาอะไรรองท้องกันดีกว่า ไปกินที่หาดพัทยากันเลย ซึ่งระหว่างรีสอร์ท มีทางเดินไปยังหาดพัทยา โดยต้องผ่านหมู่บ้านชาวประมง ระหว่างทางเจอโรงเรียน เป็นอาคารเก่า แต่ทาสีสวยสะดุดตา เลยต้องถ่ายภาพเก็บมาสักหน่อย


ระหว่างทาง มีทางหนีคลื่นยักษ์ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่า ชายหาดนี้หันหน้าออกไปทาง เพื่อนบ้านเป็นแน่ เพราะฉะนั้น ระหว่างทางเดิน ต้องมองระดับน้ำทะเลอยู่ตลอดเวลา ..
หากน้ำทะเลลดระดับรวดเร็ว ก็วิ่งตามทางที่กำหนดไว้ เพื่อจะได้ปลอดภัย เป็นแล้วก็เป็นห่วงชาวบ้าน เพราะบ้านติดกับหาด แทบจะอยู่ในระดับน้ำทะเลเลยทีเดียว
ฃ
บรรยากาศร้านค้าระหว่างทาง ซึ่งดูไปดูมา ก็คล้าย ๆ กับถนนข้าวสารดี ๆ มีร้านค้ามากมาย ร้านซักผ้า ก็มี ร้านทำทัวร์ ก็เยอะ และที่สำคัญ ร้านโรตี มีเกือบทุกมุม ยิ่งกาแฟสด ยิ่งแล้วเลย
หลังจากนั้น ก็หาอะไรรับประทาน และเดินกลับมาพักยังรีสอร์ท ก็มือพอดี เอาล่ะ พักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้ ยังต้องออกเรือไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ เช่น ดาดัง ราวี และเกาะหินซ้อน กันต่อ
อย่าลืมติดตามตอน 2 นะครับ
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน



