สิ่งที่ผมรู้ หากคุณอ่าน คุณจะรู้ตามผมไปด้วย

25-04-2008

ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน

ภูเก็ต (หาดป่าตอง เกาะพีพี เกาะเฮ ภูเก็ตแฟนตาซี) เดินทาง 11-14 พฤษภาคม 2006

หากกล่าวถึงภูเก็ต ทุกคนน่าจะนึกถึง เกาะที่มีบรรยากาศดี ๆ ธรรมชาติสวยงาม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก
จริง หรือไม่ ไปกันเลยครับ

เริ่มต้น เหมือนเคย หาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดกันหน่อย .. เมื่อได้ตั๋วก็ไปกันเลยครับ
สมัยก่อนนั้น สุวรรณภูมิยังไม่เปิดให้บริการ จึงยังคงเดินทางที่ดอนเมือง ใกล้ ๆ แค่นี้เอง

ซ้าย บรรยากาศระหว่างนั่งรอ Take Off บนเครื่อง
ขวา ตีโค้งสุดท้าย แล้วก็ Take Off เลย

บรรยาศเมืองใกล้สนามบินภูเก็ต วันนี้บรรยากาศไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ เมฆเยอะพอควร แต่เอาน่า จะถึงแล้ว

ซ้าย เครื่องบินกำลังจะลงจอด มองไกล ๆ จะเห็นหาดทราย หลาย ๆ หาดของภูเก็ต
มาถึงก็เข้าที่พัก โดยเข้าที่พักที่แถวหาดป่าตอง เนื่องจากได้ยินชื่อเสียงมานาน แต่พอเข้าพัก ก็รู้สึกผิดหวังพอควร
เนื่องจากบรรยากาศที่นี่ เหมือนถนนข้าวสารมาก จอแจ วุ่นวาย (สำหรับผมนะครับ) แต่สำหรับท่านที่ชอบพักสไตล์นี้ก็คงชอบครับ มาถึงพักผ่อนได้สักพัก ก็ต้องลุยกันหน่อย เลยเดินเลาะไปยังหาดป่าตอง
เพื่อชมบรรยากาศว่าสวยจริงๆ หรือไม่


แต่เป็นช่วงเวลาเย็น ๆ หน่อย เมฆก็มาก เลยมองเห็นอะไรไม่ชัดเจน เอาน่า อยู่อีกหลายวัน เดี๋ยวมาดูตอนกลางวันดีกว่า เนอะ

วันที่สอง
เดินทางสู่เกาะพีพี อันเลื่องชื่อ โดยซื้อทัวร์ 1 วัน คนละ 850 เป็นเรือใหญ่ เพื่อเดินทางไปสู่เกาะพีพี โดยใน Package นี้จะมีรถตู้มารับถึงหน้าโรงแรม โดยจะรับเฉพาะ โรงแรมในตัวเมือง หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน เท่านั้น หากพักที่อื่น อาจต้องเสียเงินเพิ่ม

มาเที่ยวคราวนี้มัวแต่เพลินกับบรรยากาศ จนลืมถ่ายภาพบ้าง

ระหว่างเดินทาง ยอมรับว่าเรือใหญ่ ขนาดนี้ไม่รู้สึกถึงอาการเมาเรือ หรือโครงไป โครงมาแม้แต่น้อย .. ในเรือมีแต่นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด มีทั้งนักท่องเที่ยวที่โดยสารเที่ยวเดียว คือ เดินทางจากฝั่งไปพักที่เกาะพี ๆ โดยจะเห็นกระเป๋าเดินทางเต็มไปหาด และนักท่องเที่ยวแบบไป-กลับ


หลังจากเดินทางประมาณ 3 ชม. (นานจริงๆ ชีวิตบนเรือไม่มีอะไรมาก นั่งๆ เดินไป เดินมา) แต่จะสัมผัสความสวยงาม ต้องอดใจรอ เป็นธรรมดา .. มาถึงเรือก็วนให้ชม อ่าวมาหยา ที่เลื่องชื่อ โดยเรือไม่สามารถเข้าไปได้ใกล้กว่านี้
นักท่องเที่ยวทุกคนได้แต่มองตาปริบ ๆ ๆ รู้งี้ มา Package Speed โบ๊ต ดีกว่า เฮ้อ (แต่อย่าลืมนะครับ เรือเร็ว เร็วจริงๆ แต่ก็สะเทือนมาก หากใครชอบมีอาการเมาเรือล่ะก็ .. ได้มีให้อาหารปลากันแน่ครับ)

หลังจากนั้น เรือก็พาเราไปยัง เกาะพีพีดอน ซึ่งระหว่างทางจะให้นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำตื้นชมปะการัง ..

บรรยากาศท้ายเรือ นักท่องเที่ยวได้แต่มองตาปริบ ๆ มองไปเห็นเรือ Speed โบ๊ต เต็มไปหมด ..


ซ้าย ถ้ำไวกิ้ง หรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่ก็สวยดี มีนั่งร้านไปเก็บรังนกเสียด้วย
ขวา บรรยากาศระหว่างทาง

ต้องลงไปชมปะการังเสียหน่อย .. ..

ยอมรับว่า ช่วงที่ไปนั้น ห่างจากเหตุการเกิดสึนามิไม่นาน จะเห็นปะการังเสียหายเป็นจำนวนมาก ..เห็นแล้วก็หดหู่ใจครับ
ปลาก็น้อยมาก เนื่องจากที่พักอาศัยของเขาถูกทำลาย .. เสียดายจริงๆ ครับ

มาถึงแล้ว เกาะพีพีดอน .. จะถึง รีบวิ่งมาหัวเรือ เพื่อชมบรรยากาศ บอกได้เลยว่า ตกใจเลยครับ เนื่องจากมองเห็นแต่พื้นที่โล่งๆ บรรยากาศไม่ร่มรื่นเท่าที่ควร .. คิดถึงญี่ปุ่นสมัยโดนบอม อย่างไรอย่างนั้น .


บรรยากาศทางเดิน บนเกาะ ดูก็ยังไม่คึกคักเท่าไหร่นัก .. ห้างร้านซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก

ถ่ายบรรยากาศจากร้านอาหาร

มาดูอาหารกันบ้างดีกว่า .. มีทั้งอาหารไทย ฝรั่ง ตักแบบบุฟเฟ่ หลังจากลงน้ำก็หิวเล็กน้อยครับ

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ก็เดินทางไปอ่าวต้นไทร ซึ่งเป็นอ่าวอยู่ตรงกันข้าม
บรรยากาศตอนนี้เงียบสงบมาก ไม่ค่อยมีใครส่งเสียง ดังเท่าไหร่

เห็นผืนน้ำแล้ว ความเสียหายจะรุนแรงมาก เนื่องจากระดับน้ำ กับระดับหาดอยู่ในระดับใกล้ ๆ กัน เกาะพีพี จึงได้รับผลกระทบจากสึนามิอย่างจัง

สภาพโรงแรม และมีป้ายรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เข้า 7-11 กันไหม ครั้งแรกผมจะเข้าไปซื้อน้ำ โดยมองเห็นป้าย ใช่ล่ะ ซื้อน้ำดีกว่า พอเลี้ยวเข้าไป ประตูอยู่ไหนเนี่ย
มันไม่มีประตูครับ คือมันทลายไปหมด คนแถวนั้นบอกว่า สึนามิสูงเท่ากับชั้น 1 เลยกวาดทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด …

หลังจากนั้น ก็กลับขึ้นเรือ เพื่อเดินทางกลับสู่ภูเก็ต

ถึงฝั่งแล้ว เพลียมาก พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อ

ขอบคุณที่สนใจอ่าน

21-04-2008

ก๋วยเตี๋ยว นายบี๋

ร้านอาหารที่พอจะได้ไปทานในวันนี้ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ฟังดูแล้ว ก็แสนจะธรรมดา แต่หากบอกว่า น้ำก๋วยเตี๋ยว เข็มข้น

แหม ฟังอย่างนี้แล้ว ชวนหิวทีเดียว เริ่มต้น กันเลย

ดูแผนที่กันก่อน

อยู่บริเวณ ท่ารถแยกสี่พระยา เลย

ไปกันเลย . . .

เริ่มเดินทางจาก ถนนเจริญกรุง หน้าไปรณีย์กลาง บางรัก ไปไปเรื่อย ๆ จนถึงแยก สี่พระยา เพราะร้านตั้งอยู่ที่ท่ารถสี่พระยา .
หรือนั่งรถเมล์ สาย 36 ลงสุดสายก็ได้ ไม่ว่ากัน

เดินมาสักพักจนถึงแยกสี่พระยา

หลังจากเลี้ยวซ้าย ที่แยกสี่พระยา เข้ามาจะเห็นร้านอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง อยู่ทางด้านขวามือ

เห็นหน้าร้านแล้ว เฮ้อ .. รอนานแหงม เนื่องจากมีลูกค้ารอก๋วยเตี๋ยวทะลักออกมานอกร้านเชียว …
ไหน ๆ มาแล้ว ก็ไม่ให้เสียความตั้งใจ เดินตรงเข้าไปเล้ย

รอสักพัก ก็มาแล้ว พระเอกของเรา คือ เกาเหลาต้มยำ หลังจากชิมแล้ว ต้องบอกว่า รสชาติจัดจ้าน ไม่เค็ม ไม่หวาน และไม่จืด เอ๊ะฟังแล้ว มันเป็นอย่างไร ต้องมาลองดูครับ คือชิมแล้วจะมีกลิ่นมะนาว ระหว่างกลืน ส่วนผักเอย ลูกชิ้น ก็สดใช้ได้ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อน
อย่างนี้ ต้องมีข้าวเปล่าด้วยถึงจะุเหมาะ ….

ภายในร้านนั้น คนเยอะมาก ๆ แต่ก็ไม่ร้อนนัก เพราะมีพัดลมอยู่หลายตัว .. พอกินได้สักพักจะเริ่มร้อนขึ้นมาความเข้มข้น ..
คราวนี้ ทางร้านมีของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ

วันนี้จะเป็นลอดช่องน้ำกระทิ …. หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ เผ็ดหน่อยก็ต้องตามด้วย ของหวานแบบนี้ จะเหมาะกัน
โดยทางร้านจะเปลี่ยนของหวานไป ไม่ซ้ำกัน บางวันเป็นเฉาก้วย บ้าง ทับทิมกรอบ บ้าง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อ

สนนราคาของอาหารมื้อนี้

  • เกาเหลา 40 บ.
  • ข้าวเปล่า 8 บ.

รวมแล้ว ไม่แพงอย่างที่คิด …

ใครผ่านไปผ่านมา แถวสี่พระยา อย่าลืมแวะมาทดลองความเข้มข้นของก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ดูนะครับ รับรองไม่ผิดหวัง

ของพระคุณที่สนใจอ่าน

Powered by WordPress