ปาย แม่ฮ่องสอน
เดินทาง 1-2 พฤศจิกายน 2550

อำเภอปาย อำเภอเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ อยากไปจะไปสัมผัสด้วยตนเอง อาจด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น ต้องการดูธรรมชาติอยากสัมผัสแม่น้ำปาย อันเลื่องชื่อ พักผ่อนธรรมชาติ มาเริ่มเดินทางตามผมกันเลยดีกว่าครับ
เริ่มต้นที่ัจังหวัดเีชียงใหม่ โดยการเดินทางไป อ.ปาย นั้น มีการเดินทางได้ 2 แบบ คือ
- เดินทางด้วยเครื่องบินสายการบิน SGA ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางเพียง 30-40 นาที
- เดินทางด้วยรถตู้ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. (นานมาก ๆ เลย) สามารถแบ่งการเดินทางได้อีก 2 จุดได้แก่
2.1 ที่อาเขต มีรถตู้ และรถบัสประมาณ 25 ที่นั่งให้บริการ ราคาอยู่ที่ 150 บาท
2.2 ที่บริษัท Aya อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟเชียงใหม่ ซึ่งให้บริการรถตู้่ Toyota ใหม่ D4d ซึ่ง รถมีขนาดใหญ่กว่า นั่งสบายกว่า ราคา 150 บาท แต่หากให้รถไปรับที่สนามบินด้วย ราคาอยู่ที่ คนละ 200 บาท(แต่ไม่ Work ครับ ไม่แนะนำนะครับ อยากรู้ลองเข้าห้อง BluePlanet Pantip ดูสิ ฮิ ฮิ)
การเดินทางนั้น ขาไปผมได้เลือกใช้ับริการบริษัท Aya ซึ่งในรถตู้ ไม่มีคนไทยให้พูดคุยเลย วันนั้น มีแต่ชาวต่างชาติ ทั้งฝรั่ง และคนญี่ปุ่น ..เฮ้อ .. เราก็เลยทำเงียบ ๆ เพื่อเข้าบรรยากาศ ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวซะเลย

บรรยากาศรถตู้บริษัท Aya
การเดินทางนั้น ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 3 ชม. มีการแวะพักกลางทาง เมื่อเดินทางมาประมาณ 1.30 ชม. เพื่อไม่ให้เครียดจนเกินไป ซึ่งหากใครกลัวการเมารถ แนะนำให้กินยาบรรเทาอาการเมารถไว้ได้เลย เนื่องจากเส้นทางนั้น ค่อนข้างคดเคี้ยว ขึ้นเขาและลงเขา แบบสุด ๆ เนื่องจาก อ.ปาย อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอกอยู่แล้ว ..

บรรยากาศร้านค้า เมื่อพักรถกลางทาง สังเกตุเห็นฝรั่งชอบกินกล้วยน้ำว้า เห็นซื้อกันหลายคน โดยราคาขายอยู่ที่ 3 ลูก 10 บ. (ก็ไม่แพงเนอะ) โดยพักรถที่นี่ประมาณ 20 นาที พอให้ยืดเส้นยืดสาย และเข้าห้องน้ำสักหน่อย
หลับแป๊ปเดียว ลืมตาขึ้นมาก็ถึง ปาย แล้ว โอ้ว ไวจัง มาถึงก็ดำเนินการเช่ารถมอเตอร์ไซต์ เพื่อขับไปยังที่พัก วางกระเป๋าแล้วจะได้ลุยกันต่อเลย…

บรรยากาศในร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ ซึ่งก็คือร้าน Aya ที่นี่ยอมรับว่ามีรถให้เช่าหลายรุ่น ราคาอยู่ที่ 80-400 บาททีเดียว ซึ่งผมได้เช่า Honda Wave ราคาเพียง 100 บาทต่อวัน โดยเอกสารที่นี่ต้องการคือบัตรประจำตัวประชาชน เท่านั้น โดยร้ายจะยึดไว้จนกว่าจะนำรถมาส่งคืน
หลังจากได้เช่ารถแล้ว ก็ขับวนรอบตัวเมืองสัก 1 รอบ เพื่อหาที่พัก โดยร้านเช่ารถจะให้แผนที่อย่างละเอียดของตัวเมืองปาย ผมพยายามเลยที่พักอยู่หลายที่ เพื่อไม่ได้จองล่วงหน้าไว้ก่อน โดยพยายามหาที่พักที่อยู่ไกล ๆ จากตัวเมืองสักนิด เนื่องจากต้ัองการความสงบ ไม่อยากคึุกคักมาก

ห้องพักในตัวเมืองปายนั้น มีหลายราคามาก เริ่มต้นตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปจนถึงระดับหลายพันบาท
เลยลองแวะเข้าไปดูบรรยากาศก่อนตัดสินใจ

ซ้าย บรรยากาศแม่น้ำปาย ช่วงประมาณ บ่าย 5 โมงเย็น
ขวา บ้านพักราคาประหยัด ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาพักบ้านเล็ก ๆ ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใด ๆ เลย ไม่มีพัดลม (เนื่องจากไม่ร้อนเลย บรรยากาศเย็นสบาย มาก ๆ) ไม่มี TV มีแค่มุ้ง กับเครื่องทำน้ำอุ่นเท่านั้น
ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศ เอาแบบเดิม ๆ บ้าง ขอสัมผัสบรรยากาศแม่น้ำปาย ลุยกันเลย . หลังจากนั้น ก็ลุยตัวเมือง และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้่ ๆ เนื่องจากใกล้เย็นแล้ว จึงเริ่มด้วยหาร้านอาหารรับประทาน สักหน่อย เดินทางมาหลายชั่วโมง โดยมีร้านที่แนะนำกัน คือ ส้มตำหน้าอำเภอ เอ อยู่ตรงไหน ง่ายมากเลยครับ อยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอปาย ส้มตำที่นี่บอกได้เลยครับ ว่ารสชาติเยี่ยม ราคาไม่แพง หากใครได้ไปอย่าลืมแวะนะครับ

ซ้าย ส้มตำร้าน ส้มตำหน้าอำเภอ
ขวา แผนที่การท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน
หลังจากนั้น ก็ไปวัดน้ำฮู้ และตามด้วยชุมชนสันติธรรม (ชุมชุนชาวจีนยูนาน ที่อบพยพมาตั้งรกรากในประเทศ) โดยขี่มอเตอร์ไซต์ผ่าน โรงพยาบาลปาย เลยไปเรื่อยๆ โดยบรรยากาศข้างทาง สวยงามมาก ภูเขาเรียงรายตามทาง มองเห็นทุ่งหญ้า บรรยากาศเยี่ยมที่เดียว

วัดน้ำฮู้ สถาปัตยกรรมงดงามมาก บรรยากาศเย็นสบาย

ซ้าย พระพุทธรูปในพระอุโบสถ
ขวา รูปปั้น พระเจ้าตากสินมหาราช และพระสุพรรณกัลยา

บรรยากาศสองข้างทาง เคียงข้างไปด้วยภูเขา และทุ่งหญ้า

หมูบ้านสันติชล แต่เนื่องจากใกล้มืดแล้ว จึงไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศมากนั้น อีกทั้งที่หมู่บ้านจีนยูนานนี้ มีร้านอาหารที่เป็นอาหารจีนแท้ ๆ แต่เนื่องจากกินส้มตำมาอิ่มแล้ัว จึงเล็งไว้พรุ่ีงนี้มาใหม่ คราวนี้กะมาชิมอาหารจีนต้นตำหรับแท้ ๆ ให้ได้ …
หลังจากนั้นขี่รถเลยไปอีกนิดถึงน้ำตกน้ำฮู้ … ใกล้มืดแล้ว จึงเก็บภาพได้ไม่เต็มที่นัก และที่นี่ไม่ได้เป็นของทางราชการจึงอาจเห็นขยะอยู่เกลื่อน ๆ ไปนิด ระหว่างที่เดินทางมาน้ำตกนั้น ผ่านหมู่บ้านชาวจีน ได้เห็นวิูถีชีวิต และความเป็นอยู่ของคนแถวนั้น

บรรยากาศบริเวณน้ำตก
หลังจากนั้นขี่รถเข้าตัวเมือง และได้แวะรับประทานขนมปังร้านในตัวเมือง รสชาติเหมือนขนมปังร้านดัง ในห้างกรุงเทพฯ อย่างไรอย่างนั้น เลย …

ร้านขนมปังกลางเมืองปาย โดยราคานั้น ก็ปกติ 20 - 40 บาท แล้วแต่ประเภทของขนมปัง ซึ่งร้านนี้ฝรั่งกินเยอะมากๆ เลย …
หลังจากนั้น พักผ่อน เพื่อเก็บแรงไว้ลุยพรุ่งนี้ โดยที่พรุ่งนี้วางแผนการเดินทางเป็นวงกลม โดยไปเที่ยวพระธาตุแม่เย็น ไปดูปางช้าง ดูน้ำพุร้อน สะพานประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นบุก กองแลน และกลับมาตัวเมืองปาย ก่อนขึ้นรถกลับเชียงใหม่ รายการแน่นเอียดขนาดนี้ ต้องรีบเข้านอน พรุ่งนี้จะได้ลุยได้เต็มที่ คร๊อก ฟี้ ๆ ๆ
ตื่นเช้ามา (ทำไมไวจัง) ประมาณ 6.30 น. เพื่อรับอากาศยามเช้าบริสุทธิ์ และเก็บภาพแม่น้ำปายยามเช้า อุณหภูมิตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส เย็น สบาย ๆ (ต้นเดือน พ.ย. อากาศยังไม่เย็นมากนัก แต่หากไปสักเดือนธันวาคม บรรยากาศคงเย็นกว่านี้แน่)

บรรยากาศแม่น้ำปาย เวลาประมาณ 6.40 น. เสียดาย ถ้ามีหมอกคงสวยกว่านี้อีกนิด

เริ่มต้นอาหารเช้ามื้อแรก ด้วยโจ๊กลุงสมุนไพรลุงอ๊อด รสชาติเยี่ยม ระหว่างรับประทานชวนลุงอ๊อดคุย เรื่องสถานที่เที่ยว และบรรยากาศ ลุยอ๊อดเล่าว่าใกล้สิ้นปี เช้าๆ อย่างนี้อุหภูมิอยู่ที่ประมาณ 6-7 องศา ก็มี อีกทั้งลุยยังแนะนำกาีรขี่รถไปเที่ยว ให้ไปที่ไหนบ้าง และเล่าให้ฟังถึงสถานที่ท่องเที่ยว แหม ลุงมาจาก ททท.ภาคเหนือเป่านี่…
หลังจากนั้นเริ่มเดินทางไปยัง วัดพระธาตุแม่เย็น อยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นตัวเมืองปายได้ทั้งหมด

ซ้่าย องค์พระธาตุแม่เย็น
ขวา เงินข้าวตอก ที่คนแถวนี้ทำถวายพระพุทธรูป

บรรยากาศตัวเมืองปายยามเช้า โดยมองเห็นทั้งตัวเมือง บรรยากาศเย็นสบาย
หลังจากนั้นขี่รถเที่ยวไปเรื่อย ๆ โดยได้เติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซต์เพียงแค่ 30 บาท ก็ลุยได้อย่างสบายแล้วครับ เนื่องจากเมืองปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละจุดอยู่ไม่ไกลกันมากนัก อย่างเก่งก็แค่ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น

ระหว่างทาง ผ่านปางช้างหลายแห่ง งงที่ในแผนที่เรียกปางช้าง แต่ผ่านมาเห็นช้างแค่ตัว 2 ตัว เท่านั้น ตอนแรกนึกว่าจะมีช้างจำนวนมาก แหม …
ฝรั่งตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องจากมีบริการให้นั่งหลังช้างเข้าป่าจริงๆ แต่ดูฝรั่งเสื้อแดงจะออกแนวกลัว ๆ หน่อยครับ ลองดูตามภาพสิครับ กอดคนข้างหน้าซะแน่นเชียว
ผ่านปางช้างก็มาถึงน้ำพุร้อนท่าปาย


น้ำพุร้อนนั้น อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งต้องเสียค่าเข้าคนละ 20 บาท แต่ยอมรับว่าการจัดการดี สะอาด สะอ้าน มีความปลอดภัียสูง โดยอุหภูมิของน้ำพุร้อนที่นี่ สูงถึง 80 องศาเลย หากใครล้มตกลงไปคงแย่เลย
หลังจากนั้นเดินทางต่อไป โดยวนกลับเข้าตัวเมืองปาย อีกทาง จะมองเห็นสะพานประวัติศาสตร์ ตอนนี้ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกมาทางเหนือ และได้สร้างสะพานเพื่อขนย้ายยุทธโยปกรณ์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องที่ยว ที่มีผู้คนสนใจไปดูเป็นจำนวนมาก โดยได้เห็นว่าในสมัยก่อน ประเทศญี่ปุ่นพัฒนาทางด้านการสร้างสะพานเป็นอย่างมาก

ซ้าย บรรยากาศภาพไกลของสะพานประวัติศาสตร์
ขวา มุมมองจากสะพานลงไปยังแม่น้ำปาย
หลังจากนั้นเดินทางพบกับ กองแลน ซึ่งเป็นการยุบตัวของแผ่นดิน โดยให้เห็นเนินดินในภาพที่แปลกตา คล้าย ๆ แกรนแคนยอน ในต่างประเทศ โดยกว้างใหญ่ เกือบทั้งเขาเลยทีเดียว ค่อนข้างสูงมาก หากเด็ก ๆ ไปต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดทีเดียว


ภาพบรรยากาศของกองแลน
หลังจากนั้นได้ผ่านร้านกาแฟ ที่มีทำเลค่อยข้างดี คือขึ้นเนินมาก็พบ และได้เห็นบรรยากาศในมองสูงอีกมุมหนึ่ง

ภาพบรรยากาศร้านกาแฟ
หลังจากนั้นเดินทางเข้าตัวเมือง เพื่อเก็บบรรยากาศภายในตัวเมือง โดยได้เห็นภาพร้านขาย Postcard ที่มักจะเห็นจากภาพนักท่องเที่ยวปาย จึงเก็บภาพมาบ้าง


บรรยากาศในร้านจำหน่ายของที่ระลึก และ Postcard โดยสินค้าจะเป็นแนวแฟชั่นสวยงาม ตามสมัย ร้านนี้ยามเย็น ๆ จะเห็นผู้คนจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศมาเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
ฝั่งตรงข้ามจะมีร้านกาแฟชื่อดัง Logo ของร้านนี้แทบจะอยู่ทุกกล้องของผู้ที่มาเที่ยวที่นี่ทีเดียว

ภาพ Logo ร้านกาแฟกลางเมืองปาย
หลังจากนั้นกลับที่พัก CheckOut และรีบไปทำภารกิจสุดท้ายคือชิมอาหารจีนต้นตำหรับ ณ หมู่บ้านสันติชล (จีนยูนาน) โดยได้จองรถเที่ยวกลับไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยไม่ต้องห่วงเรื่องตั๋วรถ แค่ขอให้กลับมาคืนรถมอเตอร์ไซต์ให้ทัน และขึ้นรถทันก็พอ
หลังจากเก็บของที่พักเรียบร้อยแล้วก็ขี่รถ มาจนถึงหมู่บ้านจีนยูนาน เวลาประมาณ 12.00 น. ได้เวลาหิวพอดี มาถึงปุ๊ปก็เปิดเมนูสั่งอาหารทัน โดยอาหารที่สั่งนั้นตั้งใจว่า มาถึงถิ่นจีนยูนาน ขอรับประทานอาหารจีนต้นตำหรับสักหน่อย

บรรยากาศภายในร้าน คล้าย ๆ โรงเตียมทีเดียว โดยผนังบ้านคนแถวนี้นะ จะทำด้วยดินทำ ทำให้อารมณ์ไปอีกแบบ

ซ้าย น้ำชาต้นตำหรับ รสชาติเยี่ยมเลย ไม่ค่อยเหมือนชาที่ชงกันตามบ้ัานเท่าไหร่นัก ใบชาที่นี่เขาจะปลูกกันเอง
ขวา : จำชื่อไม่ค่อยได้ ขอคิดแป๊ป เดี๋ยวจะกลับมาตอบให้

ซ้าย : ขอคิดแป๊ป เ้ี๋ดี๋ยวจะกลับมาเพิ่มให้
ขวา : มันทอด จิ้มกับน้ำจิ้ม น้ำจิ้มนั้นคล้าย ๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเรา แต่รสชาติ เปรี้ยวๆ เล็กน้อย
บรรยากาศภายในหมูบ้านสันติชล เหมือนเราอยู่ในเมืองจีนแท้ ๆ มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของหมู่บ้านจีนยูนาน
หลังจากนั้นกลับมาคืนรถที่ Aya ซึ่งอยู่ใกล้กับอาเขต (สถานีขนส่ง) โดยรถที่เราได้จองกลับเชียงใหม่นั้น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจึงได้เลือกเป็นรถบัสขนาด 25 ที่นั่ง มีแอร์เย็นสบาย ค่าโดยสานเท่ากันคือ 150 บาทต่อคน

รถบัสที่วิ่ง จากเชียงใหม่ เวลาประมาณ 8.00 น. และกลับจากปาย เวลา 14.00 น. เพียงรอบเดียวเท่านั้น นอกนั้นต้องขึ้นรถตู้ธรรมดา ซึ่งออกจากปาย ทุก ๆ 1 ชม…
กลับมาถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ โดยใน Trip ปายครั้งนี้ อาจดูว่าอยู่น้อยไปนิด แต่เนื่องจากตัวเมืองปายเป็นเมืองเล็กๆ ขี่มอเตอร์ไซต์แป๊ปเดียวก็ทั่วเมืองแล้ว บรรยากาศผู้คนที่นี่เป็นมิตร นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนมา จึงทำให้มีสีสัน อีกทั้งสายการบิน SGA (สายการบินลูกของนกแอร์อีกที) บินตรงจากเชียงใหม่มาลงที่นี่อีก ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังเมืองปาย เป็นจำนวนมาก
ใคร ๆ ที่มีความคิดอยากท่องเที่ยวเมืองปาย มาเลยครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน…….
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน
อ่านเพิ่มเติม : http://www.thaiweekender.com
สายการบิน SGA : http://www.sga.co.th/th-TH/index.html