สิ่งที่ผมรู้ หากคุณอ่าน คุณจะรู้ตามผมไปด้วย

11-09-2007

เริ่มต้นกับทฤษฏีสารสนเทศ

Filed under: Basic Concept — ejeepss @ 11:45:00

ทฤษฏีสารสนเทศ (Information Theory)

ทฤษฏีที่ว่าด้วย การเข้ารหัสข้อมูล และการเข้ารหัสช่องสัญญาณ โดยมีภาพรวมดังนี้

it_theory1.jpg

฿าพรวมของ Information นั้นแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. Source Coding

หรือสามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า Data Compression หมายถึงกระบวนการสร้างข้อมูลในรูปแบบ Digital ที่ไม่ซ้ำกัน เช่นหากเราต้องการส่ง a b c ไปให้ถึงผู้รับ จะทำอย่างไรให้ข้อมูลที่ส่งไปถึงผู้รับ โดยที่ผู้รับเข้าใจตรงกัน ว่าสิ่งที่ผู้ส่งมานั้น คือ a b หรือ c ซึ่งในความเป็นจริงๆ ข้อมูลที่จะส่งมีตั้งแต่ a-z A-Z ตัวเลข ตัวอักษรพิเศษ ^ & % $ # ส่งอย่างไร ถึงจะใช้จำนวน bit ที่สั้น และปลายทางสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า Bit ที่ได้รับนั้น คือข้อมูลใด โดยมีจุดประสงค์ เพื่อจัดเก็บที่ดี (ขนาดเล็กลง) และเพื่อส่งข้อมูลถึงกัน (ข้อมูลจะมีขนาดเล็ก ส่งได้เร็ว)

  • แบ่งตามประเภทการสูญเสียข้อมูล แบ่งได้ดังนี้
    • Losseless Compression
      • หมายถึงการบีบอัดข้อมูล โดยที่ไม่ยอมสูญเสียข้อมูลเลย
    • Lossy Compression
      • หมายถึง การบีบอัดข้อมูล โดยที่ยอมสูญเสียข้อมูลบ้าง แต่ฝั่งผู้รับสามารถรับรู้ และตีความหมายได้
  • แบ่งตามลักษณะข้อมูล แบ่งได้ดังนี้
    • Multimedia Coding เน้นถึง Algorithm สำหรับส่งส่งสัญญาณ Audio, Images และ Video เช่น
      • Text
      • Speech
      • Music
      • Audio
      • Graphic
      • Image Video
      • more …
    • ตัวอย่างงานวิจัยทางด้านนี้ จนเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม และเราได้ใช้โดยไม่รู้ตัวเช่น
      • Standard: H:series, MPEG, VRML .. เพลงที่เราฟัง, MP3, DVD เป็นต้น
      • Networking: streaming, QoS, VBR
      • MMX Technology (คุ้น ๆ ไหม สำหรับคนใช้ Pantium II )
      • Databases : Retrive and Indexing
      • more …
    • Data Compression เน้นถึง Algorithm สำหรับส่งข้อมูลถึงปลายทางโดยไม่แยกแยะข้อมูล โดยที่ข้อมูลชุดใหม่ที่สร้างขึ้น มีขนาดกระทัดรัด

2. Channel Coding

การเข้ารหัสผ่านช่องสัญญาณ (Channel Coding) โดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้รับ รับสัญญาณ ได้ครบถ้วน หรือหากเกิดมีสัญญาณรบกวนขึ้น ผู้รับสามารถรับรู้ได้ถึงความผิดพลาด โดยที่ไม่ได้เน้นการบีบอัดข้อมูลมากนัก อาจเพิ่ม Bit เข้าไปตรวจสอบ หรือเพิ่มจำนวน Bit เข้าไป เพื่อให้ฝั่งรับสามารถตรวจสอบ และสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ๆ ได้ โดยวิธีนี้เรียกว่า Forward Error Correction (FEC) ตัวอย่างเช่น

  • Block Code [Hamming code(7,4)]
  • Convolution Coding
  • Turbo Coding
  • more …

Channel Coding ที่เพียงแค่ให้ผู้รับปลายทางทราบว่ามีข้อมูลผิดพลาดเข้ามาเพียงอย่างเดียว และผู้รับร้องขอให้ผู้ส่ง ส่งใหม่ เรียกว่า Automatic Repeat-reQuest (ARQ) ตัวอย่างได้แก่

  • Hash Function
  • CRC
  • more …

ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

อ่านเพิ่มเติม : http://en.wikipedia.org/wiki/Information_Theory

Powered by WordPress