เริ่มต้นกับทฤษฏีสารสนเทศ
ทฤษฏีสารสนเทศ (Information Theory)
ทฤษฏีที่ว่าด้วย การเข้ารหัสข้อมูล และการเข้ารหัสช่องสัญญาณ โดยมีภาพรวมดังนี้

฿าพรวมของ Information นั้นแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. Source Coding
หรือสามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า Data Compression หมายถึงกระบวนการสร้างข้อมูลในรูปแบบ Digital ที่ไม่ซ้ำกัน เช่นหากเราต้องการส่ง a b c ไปให้ถึงผู้รับ จะทำอย่างไรให้ข้อมูลที่ส่งไปถึงผู้รับ โดยที่ผู้รับเข้าใจตรงกัน ว่าสิ่งที่ผู้ส่งมานั้น คือ a b หรือ c ซึ่งในความเป็นจริงๆ ข้อมูลที่จะส่งมีตั้งแต่ a-z A-Z ตัวเลข ตัวอักษรพิเศษ ^ & % $ # ส่งอย่างไร ถึงจะใช้จำนวน bit ที่สั้น และปลายทางสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า Bit ที่ได้รับนั้น คือข้อมูลใด โดยมีจุดประสงค์ เพื่อจัดเก็บที่ดี (ขนาดเล็กลง) และเพื่อส่งข้อมูลถึงกัน (ข้อมูลจะมีขนาดเล็ก ส่งได้เร็ว)
- แบ่งตามประเภทการสูญเสียข้อมูล แบ่งได้ดังนี้
- Losseless Compression
- หมายถึงการบีบอัดข้อมูล โดยที่ไม่ยอมสูญเสียข้อมูลเลย
- Lossy Compression
- หมายถึง การบีบอัดข้อมูล โดยที่ยอมสูญเสียข้อมูลบ้าง แต่ฝั่งผู้รับสามารถรับรู้ และตีความหมายได้
- Losseless Compression
- แบ่งตามลักษณะข้อมูล แบ่งได้ดังนี้
- Multimedia Coding เน้นถึง Algorithm สำหรับส่งส่งสัญญาณ Audio, Images และ Video เช่น
- Text
- Speech
- Music
- Audio
- Graphic
- Image Video
- more …
- ตัวอย่างงานวิจัยทางด้านนี้ จนเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม และเราได้ใช้โดยไม่รู้ตัวเช่น
- Standard: H:series, MPEG, VRML .. เพลงที่เราฟัง, MP3, DVD เป็นต้น
- Networking: streaming, QoS, VBR
- MMX Technology (คุ้น ๆ ไหม สำหรับคนใช้ Pantium II )
- Databases : Retrive and Indexing
- more …
- Data Compression เน้นถึง Algorithm สำหรับส่งข้อมูลถึงปลายทางโดยไม่แยกแยะข้อมูล โดยที่ข้อมูลชุดใหม่ที่สร้างขึ้น มีขนาดกระทัดรัด
- Multimedia Coding เน้นถึง Algorithm สำหรับส่งส่งสัญญาณ Audio, Images และ Video เช่น
2. Channel Coding
การเข้ารหัสผ่านช่องสัญญาณ (Channel Coding) โดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้รับ รับสัญญาณ ได้ครบถ้วน หรือหากเกิดมีสัญญาณรบกวนขึ้น ผู้รับสามารถรับรู้ได้ถึงความผิดพลาด โดยที่ไม่ได้เน้นการบีบอัดข้อมูลมากนัก อาจเพิ่ม Bit เข้าไปตรวจสอบ หรือเพิ่มจำนวน Bit เข้าไป เพื่อให้ฝั่งรับสามารถตรวจสอบ และสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ๆ ได้ โดยวิธีนี้เรียกว่า Forward Error Correction (FEC) ตัวอย่างเช่น
- Block Code [Hamming code(7,4)]
- Convolution Coding
- Turbo Coding
- more …
Channel Coding ที่เพียงแค่ให้ผู้รับปลายทางทราบว่ามีข้อมูลผิดพลาดเข้ามาเพียงอย่างเดียว และผู้รับร้องขอให้ผู้ส่ง ส่งใหม่ เรียกว่า Automatic Repeat-reQuest (ARQ) ตัวอย่างได้แก่
- Hash Function
- CRC
- more …
ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน
อ่านเพิ่มเติม : http://en.wikipedia.org/wiki/Information_Theory