สิ่งที่ผมรู้ หากคุณอ่าน คุณจะรู้ตามผมไปด้วย

16-06-2008

ธุรกรรมออนไลน์ ทำงานอย่างไร?

ธุรกรรมออนไลน์ หรือ E-Commerce นั้น หลายคนอาจยังไม่เคยใช้ อาจคิดอยู่ว่า มันจะปลอดภัยจริงๆ เหรอ .. กลัวโดนหลอกบ้าง อาจเป็นเพราะความไม่เชื่อใจ จึงทำให้ตลาดในโลกออนไลน์ในประเทศเรายังไม่โตสักเท่าไหร่นัก แต่เชื่อผมเถอะครับ อีกไม่นาน ตลาดนี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง .. เช่น เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ก็เล่นอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ทำให้คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศมีจำนวนมากขึ้น อีกทั้งการเดินทางไปซื้อของสมัยนี้ ก็หนีไม่พ้น การเดินทาง ที่แสนสาหัส ไปเลือกของตามสถานที่แล้วไม่ถูกใจ เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก อีกทั้งการเปิดเว็บไซต์ขายของ เดี๋ยวนี้เปิดง่ายนิ๊ดเดียว บางแห่ง สมัครฟรี มีความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ แค่คลิ๊ก คลิ๊ก และก็คลิ๊ก ก็สามารถเป็นเจ้าของร้านขายของออนไลน์ ได้แล้ว แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น เรามารู้กันก่อนครับ ว่าธุรกรรมออนไลน์ นั้น ทำงานกันอย่างไร

  • ธุรกรรมออนไลน์ แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ
    เคยเห็นไหมครับ เข้าเว็บไซต์ จะซื้อของอย่างใด อย่างหนึ่งนั้น ร้านค้าออนไลน์ บอกว่า ให้ผู้ซื้อโอนเงินไปให้ทางร้านค้าก่อน .. เอาล่ะสิ วัดใจกันหน่อย ว่าผู้ซื้อนั้น จะเชื่อใจร้านค้านั้น ๆ ไหม ถ้าเชื่อ ก็จบ (ผู้ซื้ออาจจะไปดูตามกระทู้ต่างๆ ว่าร้านค้า ร้านนั้น ๆ มีเครดิตไหม) �
    *การทำธุรกรรมแบบนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้ซื้อเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจาก หากร้านค้าออนไลน์ร้านนั้น ไม่มีตัวตน ผู้ซื้อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของร้านไป แต่ไม่ได้รับของ ..
  • ธุรกรรมออนไลน์ แบบเต็มใบ
    ธุรกรรมแบบนี้แน่นอนครับ หนีไม่พ้น บัตรเครดิต .. พอฟังบัตรเครดิตแล้ว คนที่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยของการทำธุรกรรมออนไลน์ ถึงกับร้องจี๊ด เนื่องจากหากเลขบัตรเครดิตของเราตกหลุดไป หรือโดน Hack แล้วล่ะก็ เงินในบัตรจะหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว และเรายังต้องเสียเวลาไปปฏิเสธการจ่ายเงินอีก
    แต่สำหรับอีกหลายคน (จำนวนมาก) ที่มีบัตรเครดิต แต่ยังไม่ึคำนึงถึงความปลอดภัยของการใช้ แถมยังมาใช้ทำธุรกรรมออนไลน์อีก เพราะฉะนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมออนไลน์ เรามาดูกันนะครับ ว่าการทำงานคร่าว ๆ นั้น มันทำงานอย่างไร


การทำงานคร่าวๆ
*ผมแค่ยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจหลักการทำงานเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ Brand หรือ Product ของใครแต่อย่างใด*

  1. ผู้ถือบัตร (Cardholder) ไปขอทำบัตรเครดิต KTC (Issues) และได้บัตร KTC มาครอบครอง
  2. ผู้ถือบัตร ไปซื้อสินค้าในเว็บไซต์ www.shopping.com โดยเลือกซื้อสินค้าลงตระกร้า และทำต้องการชำระเงินออนไลน์
  3. www.shopping.com ขอ Authen เพื่อจองวงเงิน จาก ธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ www.shopping.com นั้น เลือกให้เป็นตัวแทน (Acquirer)
  4. Acuirer กับ Issues อาจเป็นธนาคารเดียวกัน หรือสถานบันการเงินเดียวกันก็ได้ เช่น ผู้ใช้อาจใช้บัตรเครดิตกรุงศรี ไปตัดเงินกับ ธนาคารกรุงศรีฯ ก็ได้
  5. Acquirer จะตรวจสอบว่าเป็นบัตรอะไร เช่น Visa , Master ฯลฯ เพื่อวิ่งไปตรวจสอบ

สิ่งที่จะเ้กิดขึ้นตามมา

  • ร้านค้า www.shopping.com จะได้เงินจาก Acquirer (สมมติ ธ.กรุงศรีฯ ) ตามจำนวนเงินที่ขออนุมัติไป
  • Acquirer (สมมติ ธ.กรุงศรีฯ ) จะไปเรียกเก็บเงินจาก Issue (KTC)
  • Issue (KTC) จะไปเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตร …

ครับ เป็นหลักการเบื้องต้นของการทำธุรกรรมออนไลน์ และการทำธุรกรรมแบบนี้ ไม่เหมือนกับท่านไปซื้อสินค้าตามห้างนะครับ
ที่รูดปรื้ด รูดปรื้ด เพราะตอนที่ท่านรูดปรึ้ด นั้น เป็นการแสดงตัวตนเพื่อทำรายการ (Face to Face) เพราะฉะนั้น ท่านอาจปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านซื้อ

คำถามชวนคิด

หาก KTC ไปเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตร และผู้ถือบัตรปฏิเสธว่าไม่ได้ทำรายการ จะเกิดเหตุการใดเกิดขึ้นตามมา .. เงินจะไปเก็บที่ใคร แล้วใครจะรับผิดขอบ

ขอบพระคุณที่สนใจอ่าน

Reference :

Powered by WordPress