Geposted am วันอังคาร 3 มีนาคม 2009
5 ธ.ค. 51
เป็นวันแรกของการเดินทาง ล้อเลื่อนออกจากแฟลต กสท หลักสี่ ประมาณเวลา 9.30 น. ผ่านดอนเมือง นวนคร เข้าสู่อยุธยา โดยใช้หมายเลขทางหลวงที่ 1 เราแวะปั๊มน้ำมัน ปตท. เป็นที่แรก เพื่อเข้าห้องน้ำ ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลแต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางทำให้ล่าช้าไปมากทีเดียว ออกที่นี่แล้วก้อพวกเราเดินทางต่อกัน ผ่าน จังหวัดอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท ที่นี่แหละเราแวะทานข้าวกลางวันกัน ร้านครัวท่าน้ำอ้อย เข้าไปประมาณ 12.00 น. กว่าจะได้ทานข้าวก้อเกือบบ่ายโมงแล้วละ เพราะคนเยอะมาก ๆ เลย เต็มร้านไปหมดอะ พวกเราออกจากร้านอาหารประมาณ 14.00 น. ใช้เวลาเดินทางต่อ ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ถนนเลี่ยงเมืองเข้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก ถึงประมาณเวลา 17.00 น. จุดพัก ณ ร้านเสมาสยาม
หลังจากนั้นได้เข้าตลาดเพื่อซื้อใช้ของกินที่นำขึ้นไปที่พักซึ่งไม่มีอาหารจำหน่าย
เวลาประมาณ 17.40 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก เป็นศูนย์ท่องเที่ยงเชิงเกษตร อ.เมือง จ.ตาก
โดยใช้หมายเลขทางหลวงที่ 105 เป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาตลอดแต่ก้อสนุกนะ เข้ามาประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้าย ตรงเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการศูนย์ท่องเที่ยงเชิงเกษตร พวกเราเข้าพักบ้าน “โดม ๕” ซึ่งสามารถจุผู้เข้าพักได้ถึง 15 คน แต่ก้อเบียดกันหน่อยนะ ค่าบ้านพัก 1,500 บาทถึงที่นี่ก้อประมาณ 18.00 น. ได้นะ พอขนข้าวของเครื่องใช้ลงจากรถเรียบร้อยแล้ว เริ่มก่อไฟเพื่อทำปลาหมึกย่างกันอะ อืม! อร่อยเหมือนกันนะ ทำไปทานกันไป ใครว่างอยากทำไรก้อทำ หรือใครไม่มีไรทำอยากเม้าท์ก้อตามสบาย (ฮิฮิ อันนี้ถนัดจ้า) คืนนั้นกว่าจะหลับกันได้ก้อเกือบตีหนึ่งเป็นเวลาของเช้าวันใหม่แล้วละ ไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องไรมาเล่าให้กันฟังได้ตั้งเยอะแยะอะดิ แต่ที่สุด คุณชายณฐกร ตื่นมาอาบน้ำทีหลังคนอื่นเลย กลับเปิดทีวีดูข่าวซะงั้นละ ก้อตัวเองหลับก่อนเค้านี่นะเลยไม่หลับเอาซิท่า
6 ธ.ค. 51
วันนี้พวกเราตื่นกันแต่เช้าเลย ประมาณ 06.00 น. เตรียมตัวล้างหน้าล้างตากันให้เรียบร้อย แต่ว่ายังไม่ได้อาบน้ำนะ ไปถ่ายรูปกันแถวบริเวณศูนย์ฯ แหละ เกือบชั่วโมงได้อะ อ้อ! ลืมบอกอากาศเย็นมกา ๆ ส่วนมากก้อเป็นไม้ใบไม้ประดับ กลับมาก้อเตรียมอาบน้ำกินข้าวกัน ใครว่างก้อทำไปก่อนได้เลย มื้อแรกวันนี้เป็นไข่ต้มกับซอส อาหารถึงไม่หรูแต่สำหรับมื้อนี้ก้ออร่อยดีนะ ประมาณ 9.30 น. พวกเราออกเดินทางต่อ ตามหมายเลขทางหลวงที่ 105 เพื่อมุ่งสู่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระหว่างได้แวะทำบุญที่ วัดโพธิติคุณ (วัดหนองเตย) เป็นวัดที่ต้องเข้าไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก้อถึงแล้วละ ต้นไม้เยอะแยะร่มรื่นที่สุด ภายในโบสถ์ประดับตกแต่งวัฒนธรรมแบบล้านนา มีบ่อปลาเพื่อให้อาหารด้วย เมื่อทำบุญกันเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางกันต่อประมาณ 11.00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก้อเข้าสู่อำเภอแม่สอด พวกเราไปถ่ายรูปกันที่ “สุดริมเมย” เป็นตะเข็บชายแดนที่เป็นรอยต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า เป็นแหล่งขายของหลากหลายมากแต่ราคาก้อสูงอยู่เหมือนกัน มีด่านชายแดนเพื่อข้ามผ่านไปยังประเทศเพื่อนด้วย พวกเราทานข้าวกลางวันที่นี่ เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ในอำเภอแม่สอด
เวลาประมาณ 13.00 น. พวกเราเดินทางกันต่อเพื่อเข้าสู่อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ใช้ทางหลวงหมายเลขที่ 108 สัญญาณโทรศัพท์เริ่มขาดหายแล้ว ตอนนี้ละติดต่อใครไม่ได้เลย มีแต่ของ AIS เครื่องเดียวเองที่ทำงานเท่านั้น ขับรถเรื่อย ๆ เข้าอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก พื้นที่บริเวณนี้เป็นตะเข็บชายแดน และทางขึ้นลงเขาตลอดขับรถต้องระวังมากเป็นพิเศษ บางช่วงก้อยังทำทางอยู่เลย ทางลำบากมาก ๆ เลยอะ เลียบแม่น้ำยวม ระหว่างทางนั้นผ่านวัดป่าขะเนจื้อ เป็นวัดป่าที่สงบเงียบ มีพระอยู่ไม่กี่องค์ เมื่อออกเดินทางต่อผ่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เมย เข้าไปอีกประมาณ 11-12 กิโลเมตร
เข้าสู่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นอำเภอเล็ก ๆ มาเรื่อย ๆ ก้อเข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลาประมาณ 18.00 น. บ่ายนี้ใช้เวลาเดินทางยาวนานมากจริง ๆ นั่งหลับแล้วหลับอีกยังไม่ถึงเลย ก่อนถึงอำเภอพวกเราแวะทำบุญที่วัดบ้านไร่ เป็นวัดที่กำลังก่อสร้างพระอุโบสถ์ อยู่ที่นี่ประมาณ 30 นาที จึงเดินทางเข้าอำเภอแม่สะเรียง แวะทานข้าวที่ร้านอาหารในตัวอำเภอ แถมซื้อกับแกล้มไปทานกันที่อุทยานแห่งชาติสาละวินด้วย
เวลาประมาณ 20.30 น. พวกเราเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติสาละวิน เสียค่าใช้จ่ายคนละ 20 บาท ในการใช้สถานที่ในอุทยานฯ ค่าบ้านพัก 900 บาท “บ้านรักษ์สาละวิน 101/1-101/3” สะอาด เรียบร้อย ดีมากจ๊ะ เจ้าหน้าที่ก้อน่ารัก ดูแลพวกเราอย่างดี ให้คำแนะนำอีกด้วย บ้านพักที่นี่จองผ่าน INTERNET กิจกรรมคืนนี้ก้อเหมือนเดิม แต่ที่สำคัญต้องถ่ายข้อมูลรูปภาพลง Notebook ให้เรียบร้อยก่อน เพราะข้อมูลเยอะมาก กล้องก้อหลายตัว ได้เวลากินแล้วซิ ทีนี้ก้อตามสบาย ใครอยากทำไรก้อทำ กว่าจะได้นอนคืนนี้ก้อ ตี 1 กว่า
7 ธ.ค. 51
วันนี้นัดตื่นกัน เวลา 05.30 น. ก้อตื่นนะ แต่ก้อมีบางคนนอนต่อด้วยอะ 5555 ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก้อไป ออกจากบ้าน 06.30 น. ที่นี่อากาศหนาวมาก ๆ หมอกก้อลงเยอะ 7.30 น. แล้วหมอกยังไม่จางซักเท่าไหร่ อากาศดี คุณชายเลยตื่นสายอีกแหละ พวกเตรียมตัวอาบน้ำ กินข้าวเช้ากัน ออกเดินทางต่อประมาณ 10.00 น. เข้าอำเภอแม่สะเรียง แวะซื้อขนมพื้นเมืองเป็นแบบของไทใหญ่นะ ก้อคล้าย ๆ ขนมหม้อแกงบ้านเราแหละแต่ไม่มีกะทิใส่นะ เดินทางต่อเข้าสู่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี่เราแวะดูวนอุทยานถ้ำแก้วโกมน เข้าจากทางหลวงหมายเลขที่ 108 เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขาตลอด ต้องเอารถยนต์ไปจอดไว้ที่ทำการเพื่อต่อรถสองแถวขึ้นไป ค่าเข้าชมคนละ 40 บาท วันนี้มาถึงแล้วแต่ต้องรอนานหน่อย ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง เพราะคนเยอะมาก ๆ แต่เข้าชมเพียง 10-15 นาที เช้ารอบละ 30 คน จะว่าไปก้อคุมนะ สวยมาก ๆ เลย คุ้มค่ากับการรอคอย กว่าจะออกมาถึงหน้าปากทางก้อ 15.00 น. นี่ละเวลาอาหารกลางวัน มื้อเป็นอาหารทางเหนือที่คนภาคกลางอย่างเราจะพอทานกันได้
เมื่อพร้อมแล้วเดินทางกันต่อเข้าสู่ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนเข้าอำเภอแวะทำบุญที่ วัดโพธาราม ซึ่งอยู่ในอำเภอนั่นละ เดินทางต่อเลี้ยวขวาตรงโรงเรียนประจำอำเภอหรือจะตรงมาทางแม่ฮ่องสอนก่อนก้อได้ จะเลี้ยวขวาตรงป้อมตำรวจ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทุ่งดอกบัวตองบาน ณ ดอยแม่อูคอ จากถนนสายทางหลวงเดินทางเข้าไป 26 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เข้าไปแล้วก็งามตามที่เคยเห็นในรูปเลย ถึงแม้ว่าตอนนี้ดอกบัวตองจะร่วงโรยไปเยอะแล้วก็ตาม อยู่ที่นี่จนตะวันตกดิน ทิวทัศน์สวยงามมากทีเดียว น่าไปเที่ยวอีกสักครั้ง ขากลับเดินทางมาจอดรถถ่ายรูปต่อแถว ๆ ที่ชาวเขาเค้าขายของกัน จะมีดอกผักเสื้ยนป่าซึ่งเค้าปลูกไว้สำหรับนักท่องเที่ยว สวยมาก ๆ เป็นสีขาวปะปนกับสีชมพู ค่าเข้าชม คนละ 5 บาท เราเดินทางออกจากนี่นี่ก้อมืดแล้วละ ใช้เวลาเดินทางออกมาจนถึงทางหลวงหมายเลขที่ 108 ประมาณ 30 นาที เราเดินทางกันต่อจนถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แต่การเดินทางจะขับรถไปตามไหล่เขาเป็นรูปตัว S เกือบตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที แต่ก่อนถึงที่พักประมาณ 14 กิโลเมตร เราแวะทานข้าวกันที่ร้านชายทุ่ง ลาบเป็ด เวลาก็ล่วงเวลา 8.30 น. ใช้เวลาทานข้าวก้อเกือบ 21.00 น. แล้วละ จึงออกเดินทางเข้า Check In ที่ “บ้านเคียงดอย” อยู่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร มีคนเค้าว่า “ที่นี่ใครมาถึงเป็นผู้พิชิต 1,864 โค้ง” เลยทีเดียว
Check In เรียบร้อยแล้ว พวกเราเข้าไปเที่ยวในเมืองกัน มีสินค้าพื้นเมืองเยอะแยะไปหมดเลย เราเดินกันไปไกลถึงถนนคนเดินมีสินค้าหลากหลาย เสื้อยืดที่บ่งบอกว่าพวกเรามาถึงแม่ฮ่องสอนหรือถึงปายแล้วก้อมีเป็นจำนวนมาก เกือบ 23.00 น. รวมตัวกันกลับที่พัก กว่าจะอาบน้ำก้อเที่ยงคืนแล้วละ แถมเครื่องทำน้ำอุ่นก้อไม่สะใจเหมือนที่อื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย
8 ธ.ค. 51
วันนี้ก้อเหมือนเดิมนัดกันแต่เช้าเลยกะว่าออกจากที่พักประมาณ 07.00 น. ก้อได้ตามนัดจริง ๆ ตื่นกันตี 5 กว่า หมอกลงหนักกว่าทุกวัน แต่ก้อสวยนะ พวกเราแวะถ่ายรูปตรงอนุสาวรีย์พญาสิงหนารถ ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองนี้ขึ้นมา ต่อมาเราเข้าสักการะที่วัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองนี้ ณ ที่นี่ เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ออกจากวัดประมาณ 08.30 น. โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลขที่ 1095 เดินทางสู่
อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางเราแวะทานข้าวเช้าที่ทางเข้า อุทยานแห่งชาติถ้าปลา ปลาตัวใหญ่มาก ๆ ต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ประมาณว่าอยู่กลางป่าเลยละ หลังจากซื้อของส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว เราเดินทางกันต่อระยะทางทางฝั่งนี้จะทางคดเคี้ยวน้อยกว่าฝั่งเส้น อำเภอแม่สะเรียง แต่จะเป็นทางเขาสูงชัน มีรถวิ่งทางนี้มาก วิ่งมาเรื่อย ๆ พวกเราได้พบพระธุดงค์องค์หนึ่งท่านไม่รับปัจจัยจากเรา ท่านให้คำอวยพร เดินทางต่อมาพบแวะทำบุญที่วัดป่าถ้ำวัว ที่นี่เป็นที่สงบเป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรม มาเรื่อย ๆ ถึงจุดชมวิวระหว่างทาง จะมีชาวเขาขายของเป็นจำนวนมาก เป็นโค้งที่ 1,564 พวกเราเดินทางมาตามเส้นทางเดิม ก่อนเข้าสู่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราพักรถทานอาหารกลางวันกันที่ ตรงข้ามทางเข้าอนุสาวรีย์พระเนศวรมหาราช ทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว
เราเดินทางเข้าสู่เมืองปาย ซึ่งตอนนี้เป็นสถานที่ HOT HIT กันทีเดียว มอง ๆ ไปแล้วก้อไม่มีไรเท่าไหร่ก้อเหมือนเมืองผ่านที่หนึ่งเท่านั้นละ เพียงแต่ว่าพลเมืองของที่นี่ช่วยกันพัฒนาเมืองเล็ก ๆ ให้มีจุดน่าสนใจมากขึ้น ปรับปรุงสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นที่สนใจ พักดื่มกาแฟ ซื้อของเล็กน้อย เดินทางกันต่ออีก มาแวะกลางทางเป็นจุดชมวิว กาแฟสด มีสถานที่ถ่ายรูปหลายที่เลยละ อย่างเช่น บ้านสีเหลือง ที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว ตุ๊กตาหมวกสีแดง เก้าอี้ขาว แล้วก้อ คำว่า “Coffee in Love” ซึ่งหลายคนก้ออยากถ่ายรูปตรงนี้กันมาก
วันนี้พวกเราต้องรีบกันหน่อย เพราะที่พักนั้นต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 58 กิโลเมตร โดยออกเดินทางใช้หมายเลขทางหลวงเดิม ประมาณ 12 กิโลเมตร จากอำเภอปาย ถึงทางแยกเข้าบ้านวัดจันทร์ ตอนนี้ใช้หมายเลขทางหลวงที่ 1265 เลี้ยวขวาเข้าไปเลยอีกประมาณ 43 กิโลเมตร จะเป็นทางเขาสูงชันระยะทางจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งจะพบพื้นที่ที่ชาวบ้านทำเกษตรกรรม จะมีหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ปะปลาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เราก้อเดินทางมาถึง โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสังกัดกรมอุตสาหกรรมป่าไม้ บ้านพักน่าพักมาก ๆ วันนี้เข้าที่พักก่อนค่ำ 17.00 น. ขนของเข้าเรียบร้อยแล้วเดินทางออกถ่ายรูปกันทั่วเลยละเกือบทั่วโครงการฯ นะ ถึงเวลาอาหารเย็น วันนี้ดีหน่อย ทานกันที่นี่ เป็นอาหารรถชาดกลาง ๆ ที่ทางโครงการจัดให้ ตกกลางคืนที่นี่ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู พวกเราก้อเลยดูรูปที่ถ่ายกันมาดูแล้ววิจารณ์กันอะ สรุปแล้วไม่มีใครดูดีสักคนเลย อากาศที่เย็นมาก ๆ อยู่ประมาณ 8 องศาฯ
9 ธ.ค. 51
เช้าตื่นกัน เวลาประมาณ 05.30 น. ออกจากบ้านพักไปเดินถ่ายรูปกันทั่วโครงการฯ ที่นี่หมอกลงสวยมาก ๆ มีหลายสถานที่ภายในโครงการที่น่าถ่ายรูปมาก แต่ต้องรอให้หมอกลงมากกว่านี้ก่อนแต่ก้อคงรอไม่ได้หรอกเพราะมีกำหนดเวลาต้องเดินทางกลับ อาบน้ำเรียบร้อยขนของขึ้นรถแล้วละ ส่งคืนกุญแจ ออกจากโครงการฯมาประมาณ 9.30 น. เดินทางต่อมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านวัดจันทร์ พวกเราทานข้าวที่นี่กัน เป็นอาหารพื้น ๆ ที่เคยทานกันละ หลังจากเข้าทำบุญที่วัดจันทร์ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2472 ที่นี่เราพบพระเลขาจบ ซึ่งท่านกำลังจะมาสร้างโบสถ์หลังใหม่ให้กับวัดจันทร์ที่นี่ พวกเราเดินทางต่อตามเส้นทางหลวงหมายเลขที่ 11 ตามหลวงพี่ไป ทางเส้นนี้โหดสุด ๆ ต้องใช้รถกระบะเท่านั้น เพราะต้องไต่เขา ตามระยะทางยังเป็นทางน้ำที่ไหลผ่านทางด้วย ทำให้เส้นทางถนนพังไปเยอะ ช่วงนี้จะใช้เวลามากที่สุดเท่าที่เคยเดินทางมาก หลวงพี่ได้พาพวกเราไปเก็บสตอเบอร์รี่ ที่ส่วนกลางดอย เป็นลูกสด ๆ จากต้นเลย
อยู่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นเดินทางมาเรื่อย ๆ จนถึงหมู่บ้านไทลื้อ ซึ่งต้องเดินทางเข้าสู่อำเภอสะเมิง ตอนนี้ละจะไปทางไหนละ เลยต้องถามทาง ขึ้นสู่ยอดเขา มีอีก 7 พับ เดินทางไม่ไกลแต่ใช้เวลาหน่อยละกัน เข้าสู่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ คืนนี้พักบ้านพี่หงส์ กลางคืนออกเที่ยวไนซ์บาร์ซาร์ กว่าจะได้นอนก้อตี 1 กว่าแล้วละ
10 ธ.ค. 51
ออกเดินทางมาก้อ เวลา 8.30 น. ออกสู่ถนนจังหวัดลำพูน ต่อมาจังหวัดลำปาง ที่นี่เราแวะไหว้พระธาตุลำปางหลวง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเมืองของที่นี่ สวยงามมาก ๆ เลย เรื่อยลงมาแวะที่ วนอุทยานซากดึกดำบรรพ์ อีกที่หนึ่ง วัดพระบรมธาตุ (วัดหลวงพ่อทันใจ) สวยงามอีกเช่นกัน ครั้งนี้เดินทางกลับมาถึงหลักสี่ก้อประมาณ 22.30 น.